เลือกหมวกและแว่นตานิรภัยสำหรับงานระบบไฟฟ้าอย่างไรให้เหมาะสม (บทความ) โดย ดร.ยุทธพงศ์ ทัพผดุง

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมในสาขาต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ และสำหรับอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานประจำตัวของช่างเทคนิค และวิศวกรที่จำเป็นต้องใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ หมวกและแว่นตานิรภัยนั่นเอง แต่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าได้มีการแบ่งระดับการใช้งานของอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างไร และมีมาตรฐานอะไรมารองรับ

จากเหตุผลข้างต้น หลายท่านอาจสงสัยว่าราคาของหมวกและแว่นตานิรภัยที่ท่านเลือกซื้อในท้องตลาดหรือในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทำไมราคามีความแตกต่างกันเสียเหลือเกิน บทความนี้จะนำเสนอวิธีการเลือกใช้หมวกและแว่นตานิรภัยให้ถูกต้องและเหมาะสมกับการใช้งาน อีกทั้งยังแนะนำวิธีการใช้และบำรุงรักษาได้อย่างถูกต้อง

หมวกนิรภัย
          โครงสร้างและมาตรฐานของหมวกนิรภัยนั้น มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันวัตถุใด ๆ หล่นหรือถูกพัดพาจากที่สูงมาถูกผู้สวมใส่จนทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือได้รับอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งยังรวมถึงการป้องกันด้านการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าอีกด้วย ดังนั้น หมวกนิรภัยไม่เพียงแต่ป้องกันสิ่งของหรือวัตถุหล่นลงมาจากที่สูงเท่านั้น แต่หมวกนิรภัยจะต้องมีคุณสมบัติที่เป็นฉนวนทางไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายบุคคลที่สวมใส่เมื่อขณะปฏิบัติงานด้านระบบไฟฟ้าอีกด้วย ซึ่งหมวกนิรภัยโดยทั่วไปจะอ้างอิงมาตรฐาน ANSI Z89.1 (American National Standard Institute) ซึ่งได้แบ่งระดับชั้น (Class) ของหมวกนิรภัยดังนี้

1. Class G* จะเป็นหมวกนิรภัยที่ออกแบบเพื่อลดแรงกระแทกของที่วัตถุหล่นมาถูกผู้สวมใส่ และลดอันตรายจากการสัมผัสกับตัวนำไฟฟ้าแรงดันต่ำ ซึ่งจะถูกทดสอบจากผู้ผลิตที่แรงดันไฟฟ้า 2200 Volt (Phase to Ground)

2. Class E* จะเป็นหมวกนิรภัยที่ออกแบบเพื่อลดแรงกระแทกของที่วัตถุหล่นมาถูกผู้สวมใส่ และลดอันตรายจากการสัมผัสกับตัวนำไฟฟ้าแรงดันสูง ซึ่งจะถูกทดสอบจากผู้ผลิตที่แรงดันไฟฟ้า 20000 Volt (Phase to Ground)

3. Class C จะเป็นหมวกนิรภัยที่ออกแบบเพื่อลดแรงกระแทกของที่วัตถุหล่นมาถูกผู้สวมใส่เท่านั้น ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับปฏิบัติงานด้านระบบไฟฟ้า

หมายเหตุ "*" ก่อนปี 1998 Class G นั้นได้ถูกระบุเป็น Class A สำหรับ Class E ได้ถูกระบุเป็น Class B

        รูปที่ 1 ได้แสดงตัวอย่างของหมวกนิรภัย Class E (หรือ Class B) ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าควรระลึกอยู่เสมอว่า จะต้องเลือกหมวกนิรภัยเป็น Class G หรือ Class E เท่านั้น สำหรับปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจร, อาร์กหรือระเบิดเนื่องจากระบบไฟฟ้า ซึ่งป้ายบ่งชี้สำหรับ Class B (ปัจจุบันเป็น Class E) นั้นได้แสดงในรูปที่ 2

 รูปที่ 1 หมวกนิรภัยสำหรับใช้งานด้านติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า

รูปที่ 2 ป้ายบ่งชี้ของหมวกนิรภัย Class E (หรือ Class B)

การใช้งานและดูแลบำรุงรักษา
          จากรายละเอียดข้างต้นเราจะเห็นความแตกต่างของการเลือกใช้งานหมวกนิรภัยแล้วใช่ไหมครับ ว่ามีความแตกต่างในเรื่องการแบ่งประเภทของการใช้งานอย่างชัดเจน ดังนั้น ผู้ที่ปฏิบัติงานกับระบบไฟฟ้าก็ควรพิจารณาใช้หมวกนิรภัยที่เป็น Class G หรือ E เพื่อป้องกันการเกิดลัดวงจร, การอาร์ค, การระเบิด และการเกิดอันตรายแรงดันทางกลเนื่องจากการระเบิด ดังตารางที่ 1 ได้แสดงรายการสภาพการทำงานที่พนักงานที่เกี่ยวข้องด้านระบบไฟฟ้า จำเป็นต้องใส่หมวกและแว่นตานิรภัย

          สำหรับการตรวจสอบและบำรุงรักษาหมวกนิรภัยนั้น ผู้ใช้งานควรมีการตรวจสอบทุกวันก่อนนำไปใช้งาน ซึ่งการตรวจสอบควรรวมไปถึงการตรวจสอบปลอกหมวกพร้อมที่รองด้านในและสายรัดต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ ดังแสดงในรูปที่ 3 ซึ่งถ้าพบว่าอุปกรณ์ส่วนประกอบชิ้นใดชำรุดเสียหายนั้น ก็ควรรีบดำเนินการแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมใช้งาน สำหรับการทำความสะอาดหมวกนิรภัย Class G และ E นั้น เราอาจจะใช้น้ำอุ่นและสบู่ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำละลาย (Solvent) ต่าง ๆ อย่างเด็ดขาด และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด

ตารางที่ 1 สภาพปฏิบัติงานที่จำเป็นต้องใช้หมวก และแว่นตานิรภัยที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า

   รูปที่ 3 อุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของหมวกนิรภัย

แว่นตานิรภัย
          การเกิดหมอกควันของพลาสมา (Plasma Cloud) และไอของเหลวจากโลหะ (Molten Metal) เนื่องจากการเกิดการลัดวงจรไฟฟ้าหรือการอาร์กและระเบิดอย่างรวดเร็วนั้น ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และหมอกควันของพลาสมาและไอของเหลวจากโลหะเข้าดวงตาของผู้ปฏิบัติงาน ผลที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้ดวงตาของผู้ปฏิบัติงานบอดถาวรได้ เนื่องจากหมอกควันของพลาสมาและไอของเหลวจากโลหะนั้นจะมีอุณหภูมิสูงมาก

ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานด้านการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้ามีโอกาสประสบกับเหตุการณ์ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ป้องกันดวงตาของตนเอง ซึ่งแว่นตานิรภัยที่ใช้ในปัจจุบันจะอ้างอิงมาตรฐานสากลคือ มาตรฐาน ANSI Z87.1 และแว่นตานิรภัยควรจะเป็นฉนวนไฟฟ้า เมื่อมีการใช้งานในบริเวณพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดการลัดวงจรไฟฟ้าหรือการอาร์กและระเบิดจากระบบไฟฟ้า

          ชุดป้องกันการวาบไฟ (Flash Suit) และหมวกครอบศีรษะป้องกันใบหน้า (Face Shield) ดังรูปที่ 4 และ 5 จะเป็นอุปกรณ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับป้องกันหมอกควันของพลาสมาและไอของเหลวจากโลหะ สำหรับแว่นตานิรภัยชนิดกันลมกันฝุ่น (Goggles) นั้นจะช่วยลดความเข้มของรังสีอัลตราไวโอเลตได้ ดังรูปที่ 6 ควรใส่ในการปฏิบัตงานด้านติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าด้วย และรูปที่ 7 ได้แสดงรูปถ่ายผู้ปฏิบัติงานที่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลพื้นฐานซึ่งประกอบด้วยหมวก และแว่นตานิรภัย

 

รูปที่ 4 ชุดป้องกันการวาบไฟ (Flash Suit)

รูปที่ 5 หมวกครอบศีรษะป้องกันใบหน้า (Face Shield)

 รูปที่ 6 แว่นตานิรภัยลดรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต

 รูปที่ 7 ผู้ปฏิบัติงานที่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล

การใช้งานและการดูแลบำรุงรักษา
          การป้องกันดวงตาและใบหน้านั้น ผู้ปฏิบัติงานด้านการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ควรคำนึงถึงในขณะปฏิบัติงานเสมอว่า มีโอกาสเกิดการอาร์กและระเบิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยอ้างอิงสภาพการทำงานในตารางที่ 1 สำหรับการทำความสะอาดแว่นตานิรภัยนั้น ควรมีการทำความสะอาดก่อนใช้งาน โดยใช้ผ้าเช็ดที่อ่อนนุ่มไม่มีขนกับน้ำอุ่น แต่ถึงอย่างไรก็ตามส่วนใหญ่แล้วผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จะให้ผ้าหรือวัสดุที่เหมาะสมสำหรับทำความสะอาดแว่นตานิรภัยมาให้ด้วยแล้ว หรืออาจะสั่งซื้อวัสดุและอุปกรณ์ทำความสะอาดเฉพาะจากผู้ผลิตก็ได้ ดังแสดงในรูปที่ 8


รูปที่ 8 น้ำยาและวัสดุทำความสะอาดแว่นตานิรภัย

สรุป
          สุดท้ายผู้เขียนหวังว่าท่านผู้อ่านคงทราบและมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นในการเลือกใช้หมวกและแว่นตานิรภัย เพื่อใช้งานด้านระบบไฟฟ้าอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดคุ้มค่าในด้านราคาและคุณภาพสำหรับการจัดซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว อีกทั้งยังทำให้เกิดความปลอดภัยต่อตนเองและพนักงานในองค์กรของท่านด้วย ซึ่งผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านและสร้างจิตสำนึกในเรื่องของความปลอดภัยมากขึ้นกับตนเองและพนักงานในองค์กร เพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากยิ่ง ๆ ขึ้นไป

เอกสารอ้างอิง
          - John Cadick, Mary Capelli-Schellpfeffer and Dennis Neitzel, "Electrical Safety Handbook", McGraw-Hill, 2005
          - http://www.msanorthamerica.com
          - http://www.bulwark.com

 
**สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามลอกเลียนแบบหรือทำซ้ำไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง นอกจากจะได้รับอนุญาต