ประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 (งานวิจัย) โดย ดร.วิเชียร พันธ์เครือบุตร

ประวัติความเป็นมา

การประกันคุณภาพการศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เพราะเป็นระบบที่สร้างความมั่นใจว่าสถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้คุณภาพมาตรฐาน ผู้สำเร็จการศึกษามีความรู้ความสามารถ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่หลักสูตรกำหนดและสังคมต้องการ การประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษาขึ้นภายใต้ปัจจัย 7 ประการ ได้แก่ ปรัชญาและเป้าหมายของดรงเรียน หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน บุคลากร ทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอน การจัดการ/การบริหาร กิจการนักเรียนนักศึกษา และสัมฤทธิ์ผลของผู้เรียน

ปัจจุบันมีโรงเรียนเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ในเขตการศึกษา 12 ที่เปิดทำการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาตรี เพียงจำนวนหนึ่งที่ได้รับการประกันคุณภาพการศึกษา จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนแล้ว ข้อมูลถึงปีการศึกษา 2544 พบว่าโรงเรียนก่อนประถมศึกษา 6 โรงเรียน โรงเรียนประถมศึกษา 11 โรงเรียน โรงเรียนมัธยมศึกษา 9 โรงเรียน และโรงเรียนอาชีวศึกษา 8 โรงเรียน นั่นคือมีโรงเรียนเอกชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการรับรอง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจาการที่ยังไม่มีการประเมินประสิทธิผลการดำเนินการว่าโรงเรียนที่ได้รับการรับรองแล้ว ได้รับความสำเร็จมากน้อยเพียงใด มีประโยชน์ต่อประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนอย่างไร ดังนั้นในฐานะที่ผู้วิจัยเป็นผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งในเขตการศึกษา 12 จึงเห็นว่าการศึกษาเรื่องประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 จะทำให้โรงเรียนเอกชนเองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน สามารถนำผลการศึกษานี้ไปใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุง และพัฒนาโรงเรียนเอกชนในเขตการศึกษา 12 ให้สามารถพัฒนาคุณภาพและประสิทธิผลได้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของดลก และกระแสของโรงเรียนนานาชาติที่หลั่งไหลเข้ามาในเขตการศึกษา 12 ได้อย่างทันท่วงที

แนวคิด

1. การอาชีวศึกษาเอกชนกับการบริหารคุณภาพ

2. ประสิทธิผลโรงเรียน

3. การประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน

วัตถุประสงค์

1. เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลการบริหารโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ในเขตการศึกษา 12 โดยรวมและรายด้าน

2. เพื่อเปรียบเทียบระดับประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ในเขตการศึกษา 12 จำแนกตามสถานภาพ ประสบการณ์ในการทำงานและประเภทของโรงเรียน

สมมุติฐาน

1. ระดับประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 จำแนกตามสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม แตกต่างกัน

2. ระดับประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน แตกต่างกัน

3. ระดับประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 จำแนกประเภทของโรงเรียน แตกต่างกัน

แนวทางการปฏิบัติ

การวิจัยเชิงบรรยาย

กลุ่มตัวอย่าง

ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 จำนวน 34 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 2400 คน
กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างจากประชากร โดยกำหนดสัดส่วนกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970) ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 331 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) และใช้ประเภทโรงเรียนเป็นเกณฑ์ในการแบ่งชั้น

ตัวแปร

ตัวแปรอิสระ คือ สถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม (ผู้บริหาร ครู) ประสบการณ์ในการทำงาน (น้อยกว่า 3 ปี ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป) ประเภทของโรงเรียน (โรงเรียนก่อนประถมศึกษา โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนมัธยมศึกษา โรงเรียนอาชีวศึกษา)
ตัวแปรตาม คือ ประสิทธิภาพการบริหารโรงเรียน ด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษา ตามเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ใน 7 ด้าน ได้แก่ ปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียน หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน บุคลากร ทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอน การจัดการ/การบริหาร กิจการนักเรียนนักศึกษา สัมฤทธิ์ผลของผู้เรียน

คำนิยาม

ประสิทธิผล หมายถึง การที่โรงเรียนมีความสามารถในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนาให้มีการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม มีผลสำเร็จในการทำงานบรรลุตามเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ที่วางไว้
การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การบริหารจัดการ และการดำเนินกิจกรรมตามภารกิจปกติของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการทางการศึกษา ทั้งผู้รับบริการโดยตรง ได้แก่ สถานประกอบการ ประชาชนและสังคมโดยรวม ว่าการดำเนินงานของสถานศึกษาจะมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่กำหนด

เครื่องมือ

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ
ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ สถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม ประสบการณ์ในการทำงาน และประเภทโรงเรียน
ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามระดับประสิทธิผลในการบริหารโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเอกชน ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นตามแนวทางการประเมินประกันคุณภาพการศึกษา 7 ด้านของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ได้แก่ ปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียน หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน บุคลากร ทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอน การจัดการ/การบริหาร กิจการนักเรียนนักศึกษา สัมฤทธิ์ผลของผู้เรียน พร้อมทั้งปรับปรุงให้มีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้สอบถาม มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย และน้อยที่สุด

การรวบรวมข้อมูล

การเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ในการแจกและรวบรวมแบบสอบถามถึงผู้อำนวยการโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ในการแจกแบบสอบถามและรวบรวมแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยไปแจกและขอรับแบบสอบถามกลับคืนด้วยตนเอง ได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์กลับคืน จำนวน 331 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100 ของแบบสอบถามที่แจกไปทั้งหมด

การวิเคราะห์

ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS for Windows เพื่อหาค่าสถิติได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)

ข้อสรุป

1. ประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนดวยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน
2. ระดับประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 จำแนกตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า ระดับประสิทธิผลการบริหารงานไม่แตกต่างกันทั้งโดยรวมและรายด้าน
3. ระดับประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 จำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน ของผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า ระดับประสิทธิผลการบริหารงานไม่แตกต่างกันทั้งโดยรวมและรายด้าน
4. ระดับประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 จำแนกตามประเภทของโรงเรียน พบว่า ระดับประสิทธิผลการบริหารงานไม่แตกต่างกันทั้งโดยรวมและรายด้าน

ข้อเสนอแนะทั่วไป
1. ประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 ด้านปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียนทั้งในภาพรวมและแต่ละประเภทโรงเรียนอยู่ในระดับมาก และอยู่ในลำดับแรก แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนที่มีการประกันคุณภาพการศึกษา มีการให้ความสำคัญและทำความเข้าใจในเรื่องปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียนเป็นอย่างดี บุคลากรจึงมีความตระหนักเข้าใจบทบาท และปฏิบัติงานได้ตรงกัน นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ควรมีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิผลสูงยิ่งขึ้น
2. ประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 ด้านสัมฤทธิ์ผลผู้เรียนในภาพรวมและแต่ละประเภทโรงเรียนที่อยู่ในระดับมาก แต่อยู่เป็นลำดับท้าย แสดงให้เห็นว่าแม้มีการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่เกิดผลกับผู้เรียนอย่างเต็มที่ ผู้บริหารควรให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กัน เพื่อเพิ่มสัมฤทธิ์ผลของผู้เรียนอย่างสมบูรณ์
ข้อเสนอแนะสำหรับทำวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรศึกษาการนำเทคนิคการบริหารระบบคุณภาพอื่น ๆ ว่ามีผลต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนหรือไม่
2. ควรศึกษาเปรียบเทียบกับสังกัดอื่น ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กรมสามัญศึกษา กรมอาชีวศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ที่มีการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพในการบริหารงานเช่นกัน
3. ควรศึกษาวิจัยระบบประกันคุณภาพระบบอื่น ๆ ที่มีความเหมาะสมกับการนำมาใช้ในระบบการศึกษาของประเทศไทย รวมทั้งการประกันคุณภาพภายในและการประกันคุณภาพภายนอก ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
4. ควรมีการติดตามประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียน โดยใช้เทคนิคการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาระยะยาวที่เกิดขึ้นจากการใช้ระบบดังกล่าว

ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะทั่วไป

1. ประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 ด้านปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียนทั้งในภาพรวมและแต่ละประเภทโรงเรียนอยู่ในระดับมาก และอยู่ในลำดับแรก แสดงให้เห็นว่า โรงเรียนที่มีการประกันคุณภาพการศึกษา มีการให้ความสำคัญและทำความเข้าใจในเรื่องปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียนเป็นอย่างดี บุคลากรจึงมีความตระหนักเข้าใจบทบาท และปฏิบัติงานได้ตรงกัน นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ควรมีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิผลสูงยิ่งขึ้น

2. ประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียนด้วยการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน เขตการศึกษา 12 ด้านสัมฤทธิ์ผลผู้เรียนในภาพรวมและแต่ละประเภทโรงเรียนที่อยู่ในระดับมาก แต่อยู่เป็นลำดับท้าย แสดงให้เห็นว่าแม้มีการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่เกิดผลกับผู้เรียนอย่างเต็มที่ ผู้บริหารควรให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์ประกอบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กัน เพื่อเพิ่มสัมฤทธิ์ผลของผู้เรียนอย่างสมบูรณ์

ข้อเสนอแนะสำหรับทำวิจัยครั้งต่อไป allhomagewatch.com

1. ควรศึกษาการนำเทคนิคการบริหารระบบคุณภาพอื่น ๆ ว่ามีผลต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนหรือไม่

2. ควรศึกษาเปรียบเทียบกับสังกัดอื่น ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กรมสามัญศึกษา กรมอาชีวศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ที่มีการใช้เทคนิคการประกันคุณภาพในการบริหารงานเช่นกัน

3. ควรศึกษาวิจัยระบบประกันคุณภาพระบบอื่น ๆ ที่มีความเหมาะสมกับการนำมาใช้ในระบบการศึกษาของประเทศไทย รวมทั้งการประกันคุณภาพภายในและการประกันคุณภาพภายนอก ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542

4. ควรมีการติดตามประสิทธิผลการบริหารงานโรงเรียน โดยใช้เทคนิคการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาระยะยาวที่เกิดขึ้นจากการใช้ระบบดังกล่าว