การจัดทำรายงานภาพถ่ายความร้อนอย่างไรให้เหมือนมืออาชีพ (บทความ) โดย ดร.ยุทธพงศ์ ทัพผดุง และ อาจารย์กิติพงศ์ รัตนวงกต

ปัจจุบันกล้องถ่ายภาพความร้อนได้มีการนำมาประยุกต์ใช้งานอย่างกว้างขวาง เนื่องจากราคากล้องถ่ายภาพความร้อนในปัจจุบันมีราคาค่อนข้างถูกลงเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการสามารถจัดซื้อจัดหามาใช้เองได้ ซึ่งต่างจากในอดีตที่จำเป็นต้องจ้างผู้ตรวจสอบภายนอกเข้ามาตรวจสอบอีกทั้งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และในการจัดซื้อกล้องถ่ายภาพความร้อนส่วนใหญ่ผู้ประกอบอาจจะพิจารณาเลือกและให้ความสำคัญกลับคุณสมบัติทางเทคนิคและความสะดวกเรื่องการใช้งานจริงของกล้องถ่ายภาพความร้อนเป็นหลักซึ่งก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่อาจละเลยสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามไปนั่นก็คือโปรแกรมสนับสนุนในการวิเคราะห์และจัดทำรายงาน

เพราะการที่ซื้อกล้องถ่ายภาพความร้อนที่มีคุณสมบัติทางเทคนิคที่ดีเยี่ยมแต่โปรแกรมสนับสนุนใช้งานยากซับซ้อนและมีฟังก์ชันช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายความร้อนน้อยก็อาจทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งานและวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้องได้ ซึ่งผลที่ตามมาอาจทำให้ใช้เวลานานในการวิเคราะห์หรือการจัดทำรายงานเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามการจัดทำรายงานภาพถ่ายความร้อนควรระบุส่วนที่สำคัญหรือสิ่งที่จำเป็นเบื้องต้นให้แก่ผู้รับรายงานไปดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นบทความนี้จึงได้นำเสนอแนวทางการจัดทำรายงานภาพถ่ายความร้อนที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้ใช้กล้องถ่ายภาพความร้อนสามารถจัดทำรายงานได้อย่างมืออาชีพมากขึ้น

การจัดทำรายงานกล้องถ่ายภาพความร้อน
การจัดทำรายงานภาพถ่ายความร้อนนั้นโดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งการจัดทำเป็น 2 ส่วนดังนี้
1. การจัดทำปกและรายงานภาพรวมของการตรวจสอบซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่จำเป็นเบื้องต้นดังต่อไปนี้ 
    o ปกรายงาน (ตัวอย่างดังรูปที่ 1)
        * ชื่อบริษัทหรือลูกค้าที่รับบริการ
        * วันที่ตรวจสอบ
        * บริษัทผู้ใช้บริการ
    o สรุปผลรายงาน (ตัวอย่างดังรูปที่ 2)
        * ลำดับจุดที่พบดำเนินการตรวจสอบ
        * สถานที่ตรวจสอบ (อาคาร/ห้อง/แผนก/สายการผลิต )
        * ชื่อหรือป้ายบ่งชี้ตู้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์นั้น ๆ ( MDB No.?/TR. No?/Motor No.?)
        * ระดับความเร่งด่วนเพื่อใช้วางแผนการบำรุงรักษา (Assessment Criteria)

รูปที่ 1 ตัวอย่างปกรายงาน

รูปที่ 2 ตัวอย่างสรุปผลรายงาน

2.ส่วนประกอบภายในรายงานที่จำเป็นควรมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้ ดังแสดงในรูปที่ 3
    o ชื่อลูกค้าสำหรับตรวจสอบ
    o วัน/เวลา ที่ดำเนินการตรวจสอบ
    o วันที่จัดทำรายงาน (เพิ่มเติมหรือไม่ก็ได้)
    o ชื่อผู้ตรวจสอบ
    o อาคาร/สถานที่/ห้อง/กระบวนการผลิต/ตำแหน่งหรือบริเวณที่ตรวจสอบอุปกรณ์
    o รายละเอียดอุปกรณ์ที่ตรวจสอบ/ตำแหน่งการเกิดสิ่งผิดปกติ
    o สาเหตุ (สันนิฐานจากสภาพการใช้งาน, สอบถามจากเจ้าหน้าที่, อ้างอิงตามหลักทฤษฏีและหน้าที่การใช้งานของอุปกรณ์ที่เกิดปัญหา)
    o ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไข
    o ภาพถ่ายอินฟราเรดของอุปกรณ์ที่พบปัญหา
    o ภาพถ่ายปกติของอุปกรณ์ที่พบปัญหา
    o อุณหภูมิสภาพแวดล้อมหรืออุณหภูมิใช้งานปกติเพื่อใช้อ้างอิง
    o อุณหภูมิตำแหน่งที่เกิดปัญหาของอุปกรณ์
    o อุณหภูมิความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิที่เกิดปัญหาเปรียบเทียบกับอุณหภูมิอ้างอิง
    o เตรียมช่องว่างเพื่อให้ลูกค้ากรอกรายละเอียดหลังจากการดำเนินการแก้ไข

รูปที่ 3 ตัวอย่างรายงานผลการตรวจสอบ

สรุป
          จากรายละเอียดในการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนข้างต้นผู้เขียนหวังว่าผู้ที่อยู่แวดวงการตรวจสอบระบบต่าง ๆ ในด้านวิศวกรรมและวิชาชีพอื่น ๆ สามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดทำรายงานเบื้องต้นเพื่อให้ได้รูปแบบรายงานที่สมบูรณ์อย่างมืออาชีพ เพราะเป็นที่ทราบกันในทุกวงการอยู่แล้วว่าในการที่คุณสามารถปฏิบัติงานเก่งกาจและเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพเพียงใด แต่หากรูปแบบการนำเสนอผลงานหรือการจัดทำรายงานที่ไม่เป็นมืออาชีพหรือถูกหลักตามมาตรฐานนั้น ก็อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้

ซึ่งการจัดทำรายงานผลของการตรวจสอบด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนก็เช่นเดียวกันถึงแม้ว่าทีมงานตรวจสอบจะเชี่ยวชาญเพียงใดหากจัดทำรายงานแล้วลูกค้าเข้าใจยากและไม่สวยงามหรือไม่เป็นไปตามที่ลูกค้าคาดหวังก็อาจจะส่งผลต่อการว่าจ้างในคราวต่อไปได้ หรือแม้แต่ในหน่วยงานตนเองก็ตาม หากนำเสนอคุณภาพรายงานที่ต่ำกว่าความหวังของผู้บังคับบัญชาแล้วก็อาจจะส่งผลต่อการพิจารณาเงินเดือนหรือการโปรโมตในตำแหน่งที่สูงขึ้นก็เป็นได้ สวัสดีครับ

เอกสารอ้างอิง
          [1] Richard A. Epperly et al. 1997. A Tool for Reliability and Safety: Predict and Prevent Equipment Failures with Thermography. Petroleum and Chemical Industry Conference. 59-68.
          [2] FLIR 2009. User’s Manual FLIR 600 Series

best replica watches

 
**สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ห้ามลอกเลียนแบบหรือทำซ้ำไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง นอกจากจะได้รับอนุญาต