การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน (งานวิจัย) โดย ดร.วิเชียร พันธ์เครือบุตร

 บทคัดย่อ

   การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื ่อ พัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน โดยได้ดำเนินการวิจัยเป็น 3 ขั้นตอนซึ่งได้แก่ 1)ขั้นการศึกษาวิเคราะห์ระบบประกันคุณภาพภายในโรงเรียนอาชีวศึกาเอกชนซึ่งเป็นการวิเคราะห์จากเอกสารและศึกษาจากการสัมภาษณ์และสังเกตุในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน จำนวน 6 แห่ง  2)ขั้นร่างระบบต้นแบบด้วยวิธีการเดลฟายจากผู้เชี่ยวชาญด้านประกันคุณภาพจำนวน 18 คน  3)ขั้นศึกษาความเป็นไปได้และตรวจสอบระบบการประกันคุณภาพภายในต้นแบบของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ด้วยวิธีการสนทนากลุ่มจากผู้ปฏิบัติการจำนวน 8 คน ของสมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย

   ผลการศึกษาพบว่าระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนประกอบด้วย 3 ระบบย่อยคือ ระบบการบริหารคุณภาพ ระบบการจัดการคุณภาพ และระบบปฏิบัติการคุณภาพ โดยระบบการบริหารและระบบการจัดการเป็นระบบสนับสนุนระบบปฏิบัติการ ซึ่งเป็นระบบที่เป็นภารกิจหลักของการจัดการเรียนการสอนให้บรรลุผลตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษา ระบบปฏิบัติการคุณภาพประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบด้านบริบทและปัจจัยนำเข้า องค์ประกอบด้านกระบวนการและองค์ประกอบด้านผลผลิตผลลัพธ์ 1)องค์ประกอบด้านบริบทและปัจจัยนำเข้ามี 6 ประเด็นได้แก่ ปรัชญาและการวางแผนโครงสร้างการบริหาร งบประมาณและการจัดบุคลากร หลักสูตร อาจารย์ และนักเรียน  2)องค์ประกอบด้านกระบวนการมี 5 ประเด็นได้แก่ การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การพัฒนานักเรียน การพัฒนาการเรียนการสอนความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก และ 3)องค์ประกอบด้านผลผลิต ผลลัพธ์มี 2 ประเด็นได้แก่ ผลผลิตของโรงเรียน และความมีชื่อเสียงของโรงเรียน

   The study was designed to develop the internal quality assurance system for the private vocational schools. The methodology of the study comprised three following steps: 1) analyzing the documents concerning the internal quality assurance system in accordance with indepth interviewing and observing the internal quality assurance system of six selected private vocational schools;2) designing the private vocational school internal quality assurance system by delphi technique from eighteen experts; and 3) examine the feasibility of the desirable model of internal quality assurance system for the private vocational schools by focus group technique from eight implementors of the Federation of Private Vocational Schools of Thailand.

   The results revealed as follows: the internal quality assurance system for the private vocational schools should be composed of three subsystems;quality administration, quality management,and quality operation. Quality administration and quality management should support quality operation that would be main activities for the learning approach succeeded the education reform.The operation system should be composed of three main aspects : context & input, process, and output & outcome: 1) the context & input aspect should have six activities; philosophy and planning, structure of administration, resource and supporting staff, curriculum, teachers, and students; 2) the process aspect should have five activities; teaching and learning approach, measurement and evaluation,student development, teacher development,vocational network; and 3) the output & outcome aspect should have two activities: school output and school reputation.

คำสำคัญ : ประกันคุณภาพภายใน/อาชีวศึกษาเอกชน replica watches

ความเป็นมาและความสำคัญของการวิจัย

   โดยทั่วไปการจัดการศึกษามีจุดหมายเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และเต็มตามศักยภาพของแต่ละคน(กระทรวงศึกษาธิการ,2539,หน้า 17) ซึ่งการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้มีการระบุไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 ว่ามีการประกันคุณภาพการศึกษาที่ประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกันคุณภาพภายนอก(สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ,2545,หน้า 28)

   การประกันคุณภาพภายในเป็นระบบและกลไกในการควบคุมตรวจสอบและประเมินการดำเนินงานของสถานศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดโดยสถานศึกษา และ/หรือ หน่วยงานต้นสังกัดต้องดำเนินการให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีการจัดทำรายงานเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดและเปิดเผยต่อสาธารณะทุกปีเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ รองรับการประเมินคุณภาพภายนอกโดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน,2545,หน้า 23)

   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนเตรียมการในการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 โดยกำหนดเป็นระเบียบกระทรวงศึกษาธิการในปี พ.ศ. 2536 และปรับปรุงอีกครั้งในปี พ.ศ. 2541 ซึ่งกำหนดเป็นเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษาภายใต้ปัจจัย 7 ประการ ได้แก่ ปรัชญาและเป้าหมายของโรงเรียนหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน บุคลากร ทรัพยากรเพื่อการเรียนการสอนการจัดการ/การบริหาร กิจการนักเรียนและสัมฤทธิ์ผลของผู้เรียน (กิติพันธุ์ รุจิรกุล,2543,หน้า 18)

   อย่างไรก็ตามการดำเนินงานในการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนพบว่าไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โรงเรียนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาเพียงจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอาชีวศึกษาในระหว่างปี พ.ศ. 2542 - 2545 มีโรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนเพียง 166 โรง จากโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนทั่วปรเทศทั้งหมด 323 โรง และมีโรงเรียนที่ผ่านการประเมินคุณภาพภายนอก สมส. ในระหว่างปี พ.ศ. 2545 เพียง 3 โรง (สมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย,2545,หน้า 82) ปัญหาของการดำเนินการดังกล่าวมีหลายประการ ประเด็นที่สำคัญเช่น เกณฑ์คุณภาพและตัวชี้วัดไม่ชัดเจน (บุญโช หยองบางไทร,2544,หน้า 4) รูปแบบการส่งเสริมและพัฒนาการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนไม่ชัดเจนและล่าช้า (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน,2542,หน้า 2)

   ดังนั้นเพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีคุณภาพและส่งเสริมให้โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกจึงมีความจำเป็นต้องมีการศึกษาค้นคว้าเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่เหมาะสมกับโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน

วิธีการศึกษา

   การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยที่มุ่งพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของประเทศอังกฤษที่กำหนดว่าการประกันคุณภาพภายในประกอบด้วย 3 กระบวนการกล่าวคือการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ และการประเมินคุณภาพ (เกษม วัฒนชัย,2539,หน้า 1-3; HarmanG.,1996,pp.27-28;Kells,HR.,1992,pp.128-129)

   การควบคุมคุณภาพ หมายถึง กระบวนการที่ใช้ควบคุมองค์ประกอบต่าง ๆ ในโรงเรียนที่จะมีผลต่อคุณภาพและผลผลิตของโรงเรียนมีการดำเนินการทั้งระบบและปัจจัยสนับสนุน

   การตรวจสอบคุณภาพ หมายถึง กระบวนการตรวจสอบการดำเนินการในระบบคุณภาพที่โรงเรียนได้จัดขึ้นและดำเนินการตรวจสอบด้วยตนเอง

   การประเมินคุณภาพ หมายถึง กระบวนการประเมินผลการดำเนินการของโรงเรียนในภาพรวมเป็นกระบวนการต่อเนื่องจากกระบวนการตรวจสอบคุณภาพแต่เน้นการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลการดำเนินการของโรงเรียนกับดัชนีบงชี้คุณภาพในทุกองค์ประกอบของคุณภาพ ว่าการดำเนินการเป็นไปตามเกณฑ์และมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดเพียงใดโดยวัดเป็นระดับการบรรลุเป้าหมาย

ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยออกแบบการวิจัยเป็น 3 ขั้นตอน ดังภาพที่ 1

ภาพที่ 1 กระบวนการวิจัย 3 ขั้นตอน

   ขั้นการศึกษาวิเคราะห์ระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนผู้วิจัยใช้วิธีการศึกษาเอกสาร การสัมภาษณ์ระดับลึกและการสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน 6 แห่ง เพื่อใช้เป็นแนวคิดในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพ

   ขั้นร่างระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ผู้วิจัยใช้วิธีการวิจัยแบบเทคนิคเดลฟาย โดยศึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่เป็นนักวิชาการด้าน การประกันคุณภาพการอาชีวศึกษา นักบริหารการอาชีวศึกษาและนักประเมินคุณภาพการอาชีวศึกษา จำนวน 18 คน ทำการศึกษา 3 รอบ รอบที่ 1 เป็นการร่างระบบต้นแบบศึกษาด้วยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 18 คน แล้วนำผลการสัมภาษณ์มาจัดทำเป็นร่างระบบการประกันคุณภาพภายในฯ รอบที่ 2 เป็นการตรวจสอบระบบต้นแบบศึกษาด้วยการให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตรวจสอบร่างระบบการประกันคุณภาพภายในฯด้วยแบบสอบถาม รอบที่ 3 เป็นการยืนยันระบบต้นแบบ ผู้เชี่ยวชาญยืนยันร่างระบบการประกันคุณภาพภายในฯโดยตอบแบบสอบถามที่มีข้อมูลของการตอบแบบสอบถามในรอบที่ 2 ทั้งความเห็นของกลุ่มและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเอง ประกอบการตัดสินใจ

   ขั้นศึกษาความเป็นไปได้ของระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนที่ได้พัฒนาขึ้น ขั้นตอนนี้ผู้วิจัยใช้วิธีการสนทนากลุ่มกับผู้ปฏิบัติการ การประกันคุณภาพอาชีวศึกษาเอกชน จำนวน 8 คน ที่ประกอบด้วย ครู ผู้บริหารโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยที่รับผิดชอบในการประกันคุณภาพการอาชีวศึกษา

ผลการศึกษา

ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้

ตอนที่ 1 การศึกษาวิเคราะห์ระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน

   การวิเคราะห์ข้อมูลจาก ตำรา วารสาร เอกสาร งานวิจัย แสดงว่าองค์ประกอบสำคัญของระบบประกันคุณภาพภายในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ควรให้ความสำคัญกับผู้รับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ การควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ การประเมินคุณภาพ การรายงานผล การปรับปรุ่งและพัฒนาตามภารกิจของหน่วยงานและเมื่อศึกษาข้อมูลในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนพบว่าโรงเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างมีการกำหนดผู้รับผิดชอบในการประกันคุณภาพ มีการควบคุมคุณภาพ ตรวจสอบและประเมินคุณภาพในภารกิจการจัดการเรียนการสอนที่ครอบคลุมทั้งในส่วนของบริบทและปัจจัยนำเข้า ส่วนกระบวนการผลิตและส่วนผลผลิตผลลัพธ์

ตอนที่ 2 การร่างระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน

   การร่างระบบประกันคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ 18 ท่าน ด้วยเทคนิคเดลฟาย ในการศึกษารอบแรกด้วยการสัมภาษณ์ได้ข้อสรุปว่า ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าระบบการประกันคุณภาพฯควรประกอบด้วย 3 ระบบย่อย ๆ คือ ระบบการบริหารคุณภาพ ระบบการจัดการคุณภาพ และระบบปฏิบัติการคุณภาพ ที่ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านบริบทและปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการและด้านผลผลิตผลลัพธ์

   ร่างระบบการประกันคุณภาพถายในฯที่ได้เมื่อให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาตรวจสอบเป็น รอบที่ 2 ในรูปของแบบสอบถามพบว่าทุกข้อมีค่าความเหมาะสมในระดับมาก - มากที่สุด (ค่ามัธยฐาน 4.00 - 5.00) และมีค่าความสอดคล้องอยู่ในระดับสอดคล้องกันสูง - สูงมาก (ค่าพิสัยระหว่างควอไทล์ 0.00 - 1.00) แสดงว่าผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยกับร่างระบบการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน

   ผู้เชี่ยวชาญได้รับทราบผลย้อนกลับของกลุ่มในแต่ละข้อคำถามทั้งระดับความเหมาะสมระดับความสอดคล้องทางด้านความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งคำตอบของผู้เชี่ยวชาญเองในรอบที่ 2 จากแบบสอบถามในรอบสุดท้ายนี้(รอบที่ 3) ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นยืนยันคำตอบเดิม

ตอนที่ 3 การศึกษาความเป็นไปได้ของระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน

   การสนทนากลุ่มผู้ปฏิบัติการในการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้จำนวน 8 คน มาจัดกลุ่มสนทนาพบว่ามีความเป็นไปได้ในการนำระบบต้นแบบ ไปใช้ในโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ผลการสนทนากลุ่มสรุปได้ดังนี้

   ระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ประกอบด้วย 3 ระบบย่อยคือ ระบบการบริหารคุณภาพ ระบบการจัดการคุณภาพ และระบบปฏิบัติการคุณภาพทั้งนี้ระบบปฏิบัติการประกอบด้วยองค์ประกอบที่ในการจัดการเรียนการสอน ใน 3 กลุ่มคือองค์ประกอบด้านบริบทและปัจจัยนำเข้าองค์ประกอบด้านบริบทและปัจจัยนำเข้าองค์ประกอบด้านกระบวนการและองค์ประกอบด้านผลผลิตผลลัพธ์ดังภาพที่ 2

ภาพที่ 2 องค์ประกอบของระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน

1.ระบบการบริหารคุณภาพ

   การบริหารคุณภาพควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างการบริหารที่ประกอบด้วย สายงานบังคับบัญชาและผู้รับผิดชอบ

   สายงานบังคับบัญชาควรมีหน่วยงานที่รับผิดชอบการประกันคุณภาพที่ชัดเจนและควรบริหารงานในรูปคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการประกันคุณภาพภายใน โดยมีหัวหน้าสถานศึกษาเป็นประธานและมีตัวแทนทุกฝ่ายเป็นกรรมการ มีหน้าที่ในการควบคุมตรวจสอบและประเมินคุณภาพ

   ผู้รับผิดชอบควรแต่งตั้งและกำหนดอำนาจหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถแต่งตั้งคณะทำงานได้ตามความเหมาะสม เช่น คณะอนุกรรมการควบคุมคุณภาพมีหน้าที่ประสานงานและควบคุมการปฏิบัติงาน คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณภาพภายในมีหน้าที่ตรวจติดตามผลการปฏิบัติประเมิน และเขียนรายงานประเมินตนเองของโรงเรียน เป็นต้น ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งฯต้องมีความรู้มีมนุษย์สัมพันธ์ดีและมีการประกาศแต่งตั้งให้บุคลากรทราบอย่างทั่วถึง

2.ระบบการจัดการคุณภาพ

   การจัดการคุณภาพควรให้ความสำคัญกับขั้นตอน กระบวนการจัดทำระบบและรักษาระบบการประกันคุณภาพภายในดังนี้

   การควบคุมคุณภาพควรสนับสนุนให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามระบบที่โรงเรียนกำหนด ด้วยการเปรียบเทียบภารกิจที่ต้องควบคุมการปฏิบัติงานประจำหากยังไม่เป็นไปตามที่กำหนด ให้มีการพัฒนางานที่ยังปฏิบัติได้ไม่สมบูรณ์และให้ดำเนินการในส่วนที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ สำหรับงานที่ปฏิบัติได้ดีแล้วให้คงความมีคุณภาพไว้และทำให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการจัดเก็บข้อมูลการทำงานให้สะดวกในการค้นคว้า

   การตรวจสอบคุณภาพ ดำเนินงานโดยอนุกรรมการตรวจสอบคุณภาพจากบุคลากรภาพในที่เป็นตัวแทนของทุกหน่วยงานการตรวจสอบผลการดำเนินงานในหน่วยงานต่าง ๆ ควรจัดเป็นกลุ่มย่อย 3-5 คน ขึ้นกับขนาดและปริมาณงานของหน่วยงานที่เข้าตรวจสอบทำการตรวจสอบข้อมูลเชิงประจักษ์ ทั้งจากการสังเกตการปฏิบัติงานและจากร่องรอยหลักฐาน กลุ่มย่อยที่เข้าทำการตรวจสอบต้องจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ โดยแยกเป็นส่วนเนื้อหาว่าได้ทำหรือไม่ได้ทำอะไร และส่วนวิเคราะห์ซึ่งเป็นความเห็นว่ามีจุดเด่น จุดด้อยใดบ้าง การประเมินคุณภาพเป็นการประเมินในลักษณะภาพรวมของโรงเรียน ที่ได้จากผลการตรวจสอบทุกหน่วยงานในโรงเรียน การประเมินดำเนินการโดยคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในตามภารกิจต่าง ๆ ที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพของโรงเรียน ผลที่ได้จากการประเมินคุณภาพภายในของโรงเรียน นำไปใช้ในการเขียนรายงานการประเมินตนเองต่อไป

   การรายงานผลควรมีการดำเนินการจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองทุกครั้ง รายงานการประเมินประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1)ส่วนที่เกี่ยวกับโรงเรียน เช่น ปรัชญา พันธกิจ และผลการตรวจสอบครั้งก่อน  2)ส่วนที่ระบุผลการตรวจสอบผลมีการระบุสิ่งที่ได้ปฏิบัติในแต่ละภารกิจและสิ่งที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ ผลการแก้ไขข้อบกพร่องเดิมตลอดจน จุดแข็ง จุดอ่อน ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ

   การปรับปรุงและการรายงานสาธารณะควรมีการดำเนินงานที่สำคัญคือ 1)การปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงานในการทำงานครั้งต่อไปหรือวางแผนในปีต่อไปจากรายงานการประเมินตนเอง ผลการทำงาน ผลการประเมินของนักเรียนของบุคลากร ผลการจัดการเรียนการสอน ข้อเรียกร้องจากหน่วยงานโรงงาน ชุมชน สังคม  2)มีการจัดกิจกรรมให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น 5ส. TQM เป็นต้น  3)ผลการดำเนินการและผลการปรับปรุงต้องเผยแพร่ให้สาธารณะทราบผ่านทางระบบเอกสารเผยแพร่ของโรงเรียน สื่ออีเลคทรอนิกส์ หรือในการประชุมผู้ปกครองในการร่วมกิจกรรมกับชุมชนเป็นต้น

3.ระบบปฏิบัติการคุณภาพ

   ระบบปฏิบัติการคุณภาพประกอบด้วยองค์ประกอบที่ในการจัดการเรียนการสอน 3 กลุ่ม ดังนี้

   3.1 องค์ประกอบด้านบริบทและปัจจัยนำเข้า ควรมีดำเนินการอย่างเหมาะสมใน 6 ด้าน คือ 1)ปรัชญาและการวางแผน  2)โครงสร้างการบริหาร  3)งบประมาณและทรัพยากร  4)หลักสูตร  5)อาจารย์  6)นักเรียน  มีรายละเอียดดังนี้

   ปรัชญานโยบาย วัตถุประสงค์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ต้องมีความชัดเจน นำไปปฏบัติได้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและผู้ใช้ผลผลิต ที่มีแผนงานโครงการรองรับมีการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของการปฏิบัติและนำผลการประเมินเป็นข้อมูลประกอบการทำแผนครั้งต่อไป

   การบริหารจัดการมีโครงสร้างการบังคับบัญชาชัดเจน มีการกำหนดภาระงานและอำนาจหน้าที่มีการสรรหาพัฒนาและดำรงรักษาบุคลากรมีสวัสดิการให้บุคลากร มีการพิจารณาความดีความชอบอย่างยุติธรรม และมีการประเมินประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ตลอดจนใช้ข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการบริการแก่นักเรียนและบุคลากร

   การบริหารการเงินและงบประมาณ มีแผนปฏิบัติงานประจำปีที่มีการจัดสรรงบประมาณให้ดำเนินการอย่างเพียงพอ มีทรัพยากรและบุคลากรสนับสนุนการดำเนินงาน ที่มีความสามารถตรงตามภารกิจของงานที่รับผิดชอบจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม ที่ตรวจสอบบำรุงรักษาให้ใช้งานได้ดีอยู่เสมอ มีห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องสมุดและอุปกรณ์ประกอบการเรียนที่เหมาะสม มีบริเวณโรงเรียนที่สะอาดร่มรื่น

   หลักสูตร มีการจัดรายวิชาครอบคลุมเนื้อหาที่กำหนด มีแผนการเรียนที่เป็นไปตามลำดับการเรียนรู้ มีแผนการสอนที่ครบเนื้อหารายวิชา เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ คุณธรรมและทักษะ มีการประเมินผลการใช้หลักสูตรและนำผลที่ได้มาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

   อาจารย์ มีวุฒิการศึกษาตรงสาขาวิชาที่สอน มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของอาจารย์ในหลายวิธี เช่น อาจารย์ประเมินต้นเอง และประเมินโดยผู้บังคับบัญชา

   นักเรียน มีการบันทึกประวัตินักเรียนที่เข้าศึกษาในแต่ละปี มีการปฐมนิเทศให้กับนักเรียนมีการจัดสรรทุนเพื่อการศึกษาตลอดจนมีการจัดหาแหล่งทำงานนอกเวลาเรียนให้กับนักเรียนที่ขาดแคลน

   3.2 องค์ประกอบด้านกระบวนการมีการดำเนินการใน 5 ด้าน คือ  1)การจัดการเรียนการสอน  2)การวัดและประเมินผล  3)การพัฒนานักเรียน  4)การพัฒนาการเรียนการสอน  5)ความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก มีรายละเอียดดังนี้

   กระบวนการเรียนการสอน มีการเตรียมการสอน โดยใช้สื่อและวิธีการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียน มีการเชื่อมโยงรายวิชาที่สอนกับรายวิชาอื่นในหลักสูตรหรือชีวิตประจำวัน หรือภูมิปัญญาไทยเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์และแก้ปัญหา ตลอดจนให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติงานเพื่อสร้างทักษะ

   การวัดและประเมินผล มีการวัดและประเมินผลหลายวิธีการให้สอดคล้องกับลักษณะเนื้อหารายวิชา ผลการประเมินใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนและประเมินความรู้รวบยอดของนักเรียนในชั้นปีสุดท้าย

   การพัฒนานักเรียน มีโครงการกิจกรรมเพื่อพัฒนา ทั้งด้านทักษะฝีมือ คุณธรรมระเบียบวิจัย ความรับผิดชอบ ทักษะในการแก้ปัญหาและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินการ มีอาจารย์ที่ปรึกษาที่ให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบมีอาจารย์แนะแนวที่ให้บริการแนะแนวครบทุกภารกิจ

   การพัฒนาการเรียนการสอน มีการพัฒนาครูให้สามารถผลิตผลงานที่เป็นตำรา หนังสือ เอกสารคำสอน สื่อการสอน การทำวิจัย มีการเผยแพร่งานวิจัย และนำผลงานวิจัยมาพัฒนาหน่วยงานชุมชนสังคม

   ความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอกและผู้ใช้ผลผลิต ด้วยการส่งเสริมให้อาจารย์เป็นสมาชิกของสมาคมวิชาชีพมีสัมพันธภาพที่ดีกับหน่วยงานที่เป็นแหล่งฝึกงานและให้ผู้ใช้ผลผลิตร่วมกำหนดและประเมินผู้สำเร็จการศึกษาและการทำงานกับสังคม

   3.3 องค์ประกอบด้านผลผลิต ผลลัพธ์ มีการดำเนินการใน 2 ด้านดังนี้

   ผลผลิตโรงเรียนพิจารณา  1)ผู้สำเร็จการศึกษามีงานทำตาสาขาวิชาที่เรียนผู้ใช้ผลผลิตมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน  2)ผลงานทางวิชาการ ที่คิดค้นของอาจารย์และนักเรียนมีการเผยแพร่และใช้ประโยชน์  3)ผลงานในการบริการสังคมมีการจัดกิจกรรมการให้บริการการสอน การให้คำแนะนำ การแสดงนิทรรศการการออกค่ายอาสา เพื่อประโยชน์ของประชาชน สังคม ชุมชน  4)ผลงานในการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มีการรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีของชาติ เช่น การเคารพผู้อาวุโส การแสดงความกตัญญู การแสดงมารยาทที่ดี

   ความมีชื่อเสียงของโรงเรียนพิจารณาจาก  1)นักเรียนมีวินัย รับผิดชอบ ซื่อสัตย์  2)ครู อาจรย์ประพฤติตนในกรอบ จรรยาบรรณวิชาชีพเป็นที่ยอมรับ  3)ผู้บริหารมีผลงานในการพัฒนาคน พัฒนางานได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  4)ภาพรวมของโรงเรียน โรงเรียนได้รับการยกย่องชมเชยในด้านต่าง ๆ อยู่เสมอ

สรุปผลการวิจัย

   ระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ควรได้รับการพัฒนาโดยประกอบด้วย 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบการบริหารคุณภาพ ระบบการจัดการคุณภาพ และระบบปฏิบัติการคุณภาพ

   ระบบการบริหารคุณภาพประกอบด้วยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน ในเรื่องคุณภาพที่มีสายงานบังคับบัญชาและผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน

   ระบบการจัดการคุณภาพประกอบด้วยประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและรักษาไว้ซึ่งระบบการประกันคุณภาพ ที่มีการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบคุณภาพ การประเมินคุณภาพ การรายงานผล การปรับปรุงคุณภาพ และการรายงานสาธารณะ

   ระบบปฏิบัติการคุณภาพ ประกอบด้วยสามส่วนสำคัญ ได้แก่ บริบทและปัจจัยนำเข้ากระบวนการ และผลผลิตและผลลัพธ์ของโรงเรียน ซึ่งแต่ละส่วนจะเกี่ยวเนื่องกันและเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการเรียนการสอนการวัดและประเมินผล การพัฒนานักเรียน การพัฒนาการเรียนการสอน ความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผลผลิตของโรงเรียนและชื่อเสียงของโรงเรียนให้เป็นที่ยอมรับของสังคม

อภิปรายผล

   1.จากผลการวิจัยพบว่า ระบบประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนควรได้รับการพัฒนา ให้มีระบบการบริหารคุณภาพ ระบบการจัดการคุณภาพ และระบบปฏิบัติการคุณภาพ อาจเป็นเพราะในการประกันคุณภาพภายใน หากมุ่งเน้นไปที่ภารกิจที่ต้องปฏิบัติหรือตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียว โดยไม่ให้ความสำคัญกับส่วนประกอบสนับสนุนคือระบบการบริหาร และระบบการจัดการ ระบบการประกันคุณภาพจะไม่ประสบความสำเร็จ สอดคล้องกับแนวคิดของธเนศ ขำเกิด (2543,หน้า 75) ที่กล่าวว่าการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหาร กระบวนการจัดการและการทำงานตามหน้าที่โดยปกติของบุคลากรทุกคนสอดคล้องกับแนวคิดของ บุญจง ขาวสิทธิวงษ์ (2542,หน้า 132) ที่กล่าวว่าระบบประกันคุณภาพการศึกษา ประกอบด้วยองค์ประกอบที่เป็นระบบย่อย เช่น ระบบประกันคุณภาพการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประกอบด้วย ระบบย่อย 3 ระบบคือ ระบบกำกับระบบการสนับสนุน และระบบการตรวจสอบสอดคล้องแนวคิดของสมคิด พรมจุ้ย (2544,หน้า 41) กล่าวว่า การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นการดำเนินการตามภารกิจต่าง ๆ การบริหารและการจัดการ เพื่อสร้างความมันใจให้กับผู้รับบริการทางการศึกษา

   2.จากผลการวิจัยพบว่าระบบการบริหารคุณภาพควรพัฒนาเกี่ยวกับสายงานบังคับบัญชา ผู้รับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเรื่องคุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องใหม่ การฝากงานประกันคุณภาพการศึกษาไว้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะทำให้งานประสบความสำเร็จยาก และการกำหนดหน่วยงานและบทบาทของผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน นอกจากจะทำให้งานมีผลดีแล้วยังทำให้บุคลากรตระหนักถึงความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาด้วย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ สมศักดิ์ สินธุรเวชญ์ (2538,หน้า 17) ที่ว่า การประกันคุณภาพจะเกิดขึ้นได้ต้องมีมาตรการ ในเรื่องความรับผิดชอบของสถานศึกษาและการมอบหมายงานบุคลากร สอดคล้องกับแนวคิดของ สัมฤทธิ์ กางเพ็ง (2544,หน้า 20-22) ที่กล่าวว่าสถานศึกษาควรแต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาภายในทำหน้าที่ตรวจสอบ ทบทวนและรายงานคุณภาพการศึกษาสอดคล้องกับแนวคิดของลูเนนเบอร์และออมสตีน (Lunenburg & Omstein,1996,pp. 25-27) ที่ว่าสถาบันการศึกษาของเอกชน ต้องมีการแต่งตั้งบุคลากรเพื่อให้ปฏิบัติงานในคณะกรรมการและอนุกรรมการต่าง ๆ

   3.จากผลการวิจัยพบว่าระบบการจัดการคุณภาพ ควรพัฒนาเกี่ยวกับ การควบคุมการตรวจสอบการประเมินคุณภาพ การรายงานผลการปรับปรุงคุณภาพและการรายงานสาธารณะทั้งนี้อาจเป็นเพราะ เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการดำเนินการประกันคุณภาพ การรักษาไว้ซึ่งระบบคุณภาพ และการพัฒนาผลการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกรมวิชาการ (กรมวิชาการ,2538,หน้า 7) ที่ระบุว่าหน้าที่สำคัญของสถานศึกษา คือ การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพภายใน และการจัดทำรายงานคุณภาพประจำปี สอดคล้องกับแนวคิดของ ธเนศ ขำเกิด (2543,หน้า 72-73) ที่กล่าวว่าการปรับปรุงคุณภาพ เป็นการวิเคราะห์และตัดสินใจในการใช้ผลการประเมินคุณภาพเพื่อพัฒนาและปรับปรุง อย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับแนวคิดของ ไพฑูรย์ แจ่มพงษ์(2541,หน้า 39-40) ที่กล่าวว่าโรงเรียนควรมีรายงานความก้าวหน้าต่อผู้เกี่ยวข้อง

   4.จากผลการวิจัยพบว่าระบบ ปฏิบัติการคุณภาพ ควรพัฒนาองค์ประกอบสำคัญสามส่วน คือ ด้านบริบทและปัจจัยนำเข้า ด้านกระบวนการและด้านผลผลิต ผลลัพธ์ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต้องพิจารณาในเชิงระบบที่ประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ ทุกปัจจัยสอดคล้องกับแนวคิดของ จำรัส นองมาก (2538,หน้า 23) ที่กล่าวว่า การพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนให้ประสบความสำเร็จ โดยจัดการกับปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยตัวป้อน ปัจจัยกระบวนการ และปัจจัยผลผลิต สอดคลองกับแน้วคิดของกรมวิชาการ (2538,หน้า 8) ที่เสนอว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต้องอาศัยองค์ประกอบคุณภาพทั้งระบบ คือองค์ประกอบด้านปัจจัยความพร้อม องค์ประกอบด้านกระบวนการ และองค์ประกอบด้านผลผลิตสอดคล้องกับแนวคิดของ สมศักดิ์ สินธุรเวชญ์ (2538,หน้า 17) ที่กล่าวว่าการกำหนดมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ต้องให้ครอบคลุมทั้งที่เป็นปัจจัยตัวป้อน กระบวนการ และผลผลิตสอดคล้องกับผลงานวิจัยของบอมการ์ด (Baumgart,1987,p. 58) ที่พบว่าเกณฑ์ในการหาคุณภาพการศึกษาของ ออสเตรเลียใช้เกณฑ์ปัจจัยนำเข้า เกณฑ์กระบวนการเรียนการสอนและการปรับปรุงการเรียนการสอน และเกณฑ์ผลผลิตของบัณฑิตสอดคล้องกับผลการวิจัยของ อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ (2537,หน้า 347) ที่พบว่าดัชนีคุณลักษณะของความเป็นเลิศทางวิชาการนั้น ครอบคลุมลักษณะของปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการและผลผลิต