ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ (TQM) กับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ (งานวิจัย) โดย ดร.วิเชียร พันธ์เครือบุตร

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณค่าทั้งองค์การ และระดับวัฒนธรรมโรงเรียน ของเทคโนโลยีทีพีไอ จำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติ และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การกับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ จำนวน 80 คน เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย เครื่องมือวัดพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การและเครื่องมือวัฒนธรรมโรงเรียน เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าคะแนนเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานการแจกแจงค่าที (t-test) และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่าย

ภูมิหลัง 

   วัฒนธรรม คือ วิถีทางการดำเนินชีวิตที่คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดถือปฏิบัติ วัฒนธรรมจึงประกอบด้วยนิสัย หรือความเคยชิน ขนบธรรมเนียบประเพณี วิธีประพฤติประติบัติ ความเชื่อ ค่านิยม รวมทั้งภาษาและวัตถุสิ่งของต่าง ๆ วัฒนธรรมของสังคมจะซึมซับเข้าไปในตัวบุคคลนับตั้งแต่ออกมาจากท้องของมารดา จนกระทั้งตายจากไปจากสังคม วัฒนธรรมทำให้คนรวมตัวเป็นสังคมมีการอยู่รวมกันอย่างมีระเบียบ การเรียนรู้เรื่องราวของวัฒนธรรม จึงช่วยให้เกิดความเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะพฤติกรรมที่บุคคลประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันหรือในองค์กรต่าง ๆ ก็ดี ล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งที่มาจากวัฒนธรรมและสังคมทั้งสิ้น นั่นก็คือพฤติกรรมของบุคคลหาได้มีอิสระรอดพ้นไปจากค่านิยม ปทีสถาน และการลงโทษทางสังคมในส่วนรวมไปไม่ได้ ผลของวัฒนธรรมจะออกมาในรูปแบบของจริยธรรมตลอดจนค่านิยมที่ใช้ในการตัดสินใจ หรือวินิจฉัยสั่งการ และออกมาในรูปของพฤติกรรมตลอดจนการประพฤติปฏิบัติ ทั้งในสังคมและในองค์การหรือการบริหารทั้งในทางราชการและธุรกิจ (ไพบูรณ์ ช่างเรียน, 2532,หน้า 39)

   บุคคลต่าง ๆ ที่อยู่ในองค์การไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ตามย่อมจะได้รับอิทธิพลอื่นภายนอกองค์การและนำมาเป็นผลการตัดสินใจประพฤติปฏิบัติด้วย อิทธิพลเหล่านี้ถูกนำมาใช้โดยผู้ใช้อาจไม่รู้สึกตัวเลยก็ได้ ทั้งนี้เพราะก่อนที่แต่ละคนจะเข้ามาอยู่ในองค์การ ย่อมจะต้องใช้ชีวิตอยู่ภายนอกองค์การมาก่อนและถึงแม้ว่าเมื่อเข้ามาอยู่ในองค์การแล้วก็ตาม คนก็ยังใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นอกองค์การ อิทธิพลที่บุคคลได้รับมาก่อนจากภายนอกองค์การก็คืออิทธิพลของวัฒนธรรมนั่นเอง อิทธิพลของวัฒนธรรมที่มีต่อการบริหารนี้จะมีมากแม้ว่าการตัดสินใจและการประพฤติปฏิบัติของบุคคลจะต้องอยู่ในกรอบของ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับหรือหลักการจัดการขององค์การก็ตาม ถ้าหากกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับต่าง ๆ ที่ใช้อยู่นั้นขัดกับวัฒนธรรมของบุคคลนั้นแล้ว บุคคลนั้นก็จะมีความพยายามในการหลีกเลี่ยงกฎเกณฑ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทำให้ระเบียบหรือหลักเกณฑ์เป็นอย่างหนึ่ง ดังจะพิจารณาได้จากสังคมได้นำเอาเทคนิคหรือหลักเกณฑ์ตลอดจนหลักการของต่างสังคมมาใช้แต่ขัดกับหลักวัฒนธรรมของสังคมนั้น ๆ จึงนำมาใช้ไม่ได้ผลต้องประสบกับความล้มเหลวไปในที่สุด (ไพบูลย์ ช่างเรียน,2532,หน้า 40)

   วัฒนธรรมองค์การ เป็นสิ่งที่จะต้องมีการเรียนรู้และสืบทอดต่อกันไปเพื่อให้กระจายไปทั่วองค์การ เกิดการเรียนรู้ ยอมรับ และการถ่ายทอดจะค่อย ๆ พํมนาไปตามลำดับโดยอาศัยการสื่อสารในองค์การทั้งในรูปที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ วัฒนธรรมฝังรากลึกอยู่ในองค์การ ก็ต่อเมื่อมีการถ่ายทอดยึดถือร่วมกันมาเป็นเวลานานพอสมควร (กริช สืบสนธิ์,2538,หน้า 131) ปัจจุบันมีการนำแนวความคิดในการบริหารใหม่ ๆ มาใช้ในองค์การเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพขององค์การ แนวคิดหนึ่งที่มีการกล่าวถึงมากก็คือ ระบบบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ หรือ Total Quality Management (TQM)

   การบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การเป็นกิจกรรมที่ทุกหน่วยงานในองค์การ มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างและบริการ ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมด้วยกระบวนการทำงานที่มีระบบ มีหลักการ และดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น เพื่อจุดมุ่งหมายในการสร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริหาร (ปิยะชัย จันทรวงศ์ไพศาล,2538,หน้า 42) การนำแนวคิดการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การมาใช้ในการบริหารการศึกษา เป็นวิธีการบริหารงานให้เกิดคุณภาพทุก ๆ ด้านทุก ๆ กิจกรรมโดยทุกคนมีส่วนร่วมและมีส่วนรับผิดชอบ โดยการปรับปรุงคุณภาพการทำงานอย่างต่อเนื่องผลจากการบริหารงานที่มีคุณภาพ จะทำให้ได้การศึกษาของชาติที่มีคุณภาพบรรลุตามจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษา (สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์,2539,หน้า 61)

   วัฒนธรรมเป็นตัวการสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริหารทั้งนี้เพราะพฤติกรรมการบริหารจำเป็นต้องตอบสนองต่อวัฒนธรรมและความแตกต่างกันของบุคคล การเข้าใจถึงวัฒนธรรมภายในองค์การของฝ่ายบริหาร จะทำให้พฤติกรรมการบริหารมีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับกลุ่มผู้ปฏิบัติงานมากขึ้นซึ่งมีผลสำคัญต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงานขององค์การในที่สุด(Sergiovanni,1993,หน้า 93) และจากผลการวิจัยด้านพฤติกรรมผู้นำพบข้อสรุปที่น่าสนใจ เช่น พฤติกรรมผู้นำของผู้บังคับบัญชามีความสัมพันธ์กับขวัญและความพึงพอใจในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา (ชีววิทย์ วัฒนพงศ์,2525 และ วิฑูรย์ อุบาลี,2537) พฤติกรรมผู้นำของผู้บริหารมีความสัมพันธ์กับบรรยากาศองค์การ (วิเชียร เปลี่ยวจิตร์,2523) และการติดต่อสื่อสารมีความสัมพันธ์กับความพึงพอใจในการทำงานของครู (ปรารมณ์ บุญถนอม,2540) เป็นต้น ดังนั้น การนำเอาระบบบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การมาใช้ในการบริหารงานของโรงเรียน ซึ่งเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริหารจะมีผลต่อวัฒนธรรมโรงเรียน

   โรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกาธิการ ได้มีการนำเอาระบบการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การมาใช้ในการบริหารการศึกษาตั้งแต่ ปีการศึกษา 2540 แต่จะพบอยู่เสมอว่าในการปฏิบัติงานใด ๆ ก็ตามที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่าเป็นการเพิ่มภาระงานให้กับบุคลากรซึ่งภาระหนักอยู่แล้ว เช่น การจัดทำระบบเอกสารแสดงขั้นตอนและวิธีการทำงานซึ่งทุกคนเห็นว่าไม่น่าจะต้องเขียนระบบเอกสารขึ้นมาก็ได้ เพราะทุกคนก็สามารถปฏิบัติงานได้เป็นปกติวิสัยอยู่แล้วเป็นการเสียเวลาและเพิ่มภาระงานอีกด้วยเป็นต้น (เทคโนโลยีทีพีไอ,2541,หน้า 5) ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ วัฒนธรรมโรงเรียนรู้ในระดับใดและความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การกับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ เพื่อเป็นประโยชต่อการบริหารงาน การวางแผน การพัฒนาองค์การ และการพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนต่อไป

ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

การศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดความมุ่งหมายของการศึกษาดังนี้

1.เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การในโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติ

2.เพื่อศึกษาระดับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติ

3.เพื่อเปรียบเทียบระดับพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การในโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติ

4.เพื่อเปรียบเทียบระดับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติ

5.เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมารบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์กรกับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ โดยรวมและรายด้าน

ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า

ผลการศึกษาค้นคว้ามีความสำคัญดังนี้

1.เป็นข้อมูลให้ผู้บริหารและบุคลากรของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอทราบลักษณะของพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ กับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ

2.เป็นประโยช์ในการวางแผน วางแนวทางในการแก้ไขปัญหา การพัฒนาองค์การและเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและบทบาทหน้าที่ให้เหมาะสมของผู้บริหารโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ

3.เป็นข้อมูลที่จะส่งเสริมการบริหารงานแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ กล่าวคือ จะทำให้ทราบถึงภาวะผู้นำในการพัฒนาคุณภาพงานแต่ละด้านเพื่อที่จะได้มีการปรับปรุงหรือพัฒนาในด้านที่เห็นว่าจำเป็น นอกจากนี้ยังทราบวัฒนธรรมโรงเรียนแต่ละด้านซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาวัฒนธรรมโรงเรียนได้เช่นกัน

คำถามในการศึกษาค้นคว้า

ผู้วิจัยได้กำหนดคำถามในการศึกษาค้นคว้าไว้ดังนี้

1.พฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติอยู่ในระดับใด

2.วัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติอยู่ในระดับใด

3.พฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติแตกต่างกันหรือไม่

4.วัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติแตกต่างกันหรือไม่

5.พฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การกับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านมีความสัมพันธ์กันหรือไม่

สมมุติฐานในการศึกษาค้นคว้า

จากกรอบความคิดในการศึกษาค้นคว้าและคำถามที่กำหนดในการศึกษาค้นคว้าผู้วิจัยสามารถกำหนดสมมุติฐานการศึกษาค้นคว้าไว้ดังนี้

1.พฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติแตกต่างกัน

2.วัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอโดยรวมและรายด้านจำแนกตามประเภทงานที่ปฏิบัติแตกต่างกัน

3.พฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การกับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ โดยรวมและรายด้านมีความสัมพันธ์กัน

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า

การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของเนื้อหา ประชากร กลุ่มตัวอย่าง และตัวแปรที่ศึกษาดังนี้

1.ขอบเขตของเนื้อหา

การศึกษาครั้งนี้ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การกับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ โดยมีขอบเขตดังนี้

   1.1 พฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ

      1.1.1 การเผยแพร่งานพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

      1.1.2 การสื่อสารเรื่องคุณภาพกับผู้ร่วมงาน

      1.1.3 การให้ความใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการ

      1.1.4 การใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย

      1.1.5 การสร้างความผูกพันต่อโรงเรียน

      1.1.6 การสร้างทีมงานและพัฒนาบุคลากร

   1.2 วัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ

      1.2.1 ความมุ่งประสงค์ขององค์การ

      1.2.2 การเสริมพลัง

      1.2.3 การตัดสินใจ

      1.2.4 ความรู้สึกที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์การ

      1.2.5 ความไว้วางใจ

      1.2.6 ความมีคุณภาพ

      1.2.7 การยอมรับ

      1.2.8 ความเอื้ออาทร

      1.2.9 ความซื่อสัตย์สุจริต

      1.2.10 ความหลากหลายของบุคลากร

2.ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

   2.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ ปีการศึกษา 2541 ซึ่งได้แก่ บุคลากรในฝ่ายวิชาการจำนวน 103 คน

   2.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้จากการสุ่มตัวอย่างจากประชากรกำหนดตามสัดส่วนจากตารางสุ่มของแครซซี่และมอร์แกน (Krejeie and Morgan,1970,p. 608) ได้จำนวน 60 คน ด้วยวิธีแบ่งชั้น (stratified random sampling) โดยใช้ประเภทงานที่ปฏิบัติเป็นเกณฑ์ในการแบ่งชั้น

3.ตัวแปรที่ศึกษา

   3.1 ตัวแปรต้นได้แก่

      3.1.1 ประเภทงานที่ปฏิบัติ

         3.1.1.1 งานบริหาร

         3.1.1.2 งานวิชาการ

   3.2 ตัวแปรตามได้แก่

      3.2.1 พฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ

         3.2.1.1 การเผยแพร่งานพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ

         3.2.1.2 การสื่อสารเรื่องคุณภาพกับผู้ร่วมงาน

         3.2.1.3 การให้ความใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการ

         3.2.1.4 การใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย

         3.2.1.5 การสร้างความผูกพันต่อโรงเรียน

         3.2.1.6 การสร้างทีมงานและพัฒนาบุคลากร

      3.2.2 วัฒนธรรมองค์การของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ

         3.2.2.1 ความมุ่งประสงค์ขององค์การ

         3.2.2.2 การเสริมพลัง

         3.2.2.3 การตัดสินใจ

         3.2.2.4 ความรู้สึกที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์การ

         3.2.2.5 ความไว้วางใจ

         3.2.2.6 ความมีคุณภาพ

         3.2.2.7 การยอมรับ

         3.2.2.8 ความเอื้ออาทร

         3.2.2.9 ความซื่อสัตย์สุจริต

         3.2.2.10 ความหลากหลายของบุคลากร

กรอบความคิดในการศึกาค้นคว้า

   ในการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การกับวัฒนธรรมองค์การของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ จังหวัดระยอง ครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้หลักการและกรอบความคิดในการศึกษาดังนี้

   กรอบความคิดเรื่อง พฤติกรรมการบริหารแบบมุงคุณภาพทั้งองค์การได้บูรณาการหลักการของบทบาทผู้นำซึ่งกำหนดโดยปีเตอร์และออสติน และแซลลิส (Sallis,1998, p. 87-88) มาเป็นพฤติกรรมการบริหารแบบมุงคุณภาพทั้งองค์การ 6 ประการคือ  1)การเผยแพร่งานพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ  2)การสื่อสารเรื่องคุณภาพกับผู้ร่วมงาน  3)การให้ความใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการ  4)การใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย  5)การสร้างความผูกพันต่อโรงเรียน  6)การสร้างทีมงานและพัฒนาบุคลากร

   ส่วนกรอบความคิดวัฒนธรรมโรงเรียนใช้หลักการของแพตเตอร์สัน (Patterson,1988,p. 107-109) ซึ่งได้กำหนดว่าวัฒนธรรมองค์การของโรงเรียนมีองค์ประกอบ 10 ประการ คือ 1)ความมุ่งประสงค์ขององค์การ  2)การเสริมพลัง  3)การตัดสินใจ  4)ความรู้สึกที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์การ  5)ความไว้วางใจ  6)ความมีคุณภาพ  7)การยอมรับ  8)ความเอื้ออาทร  9)ความซื่อสัตย์สุจริต และ 10)ความหลากหลายของบุคลากร

   ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การกับวัฒนธรรมโรงเรียนของโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอใช้กรอบความคิดจากผลงานวิจัยของเฟโวริต (Favorite,1994) ที่พบว่าผู้บริหารที่มีประสบการณ์บริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ สามารถเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมหรือพฤติกรรมการทำงานได้และงานวิจัยของควิริน (Quirin,1993) ที่พบว่ามีสหสัมพันธ์ทางบวกระหว่างพฤติกรรมผู้นำการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การกับวัฒนธรรมองค์การ

จากกรอบความคิดดังกล่าวผู้วิจัยได้สรุปเป็นแผนภูมิกรอบความคิดในการศึกษาค้นคว้าดังแสดงในภาพที่ 1

                                                          ภาพที่ 1 กรอบความคิดในการศึกษาค้นคว้า

นิยามศัพท์เฉพาะ

1.การบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ หมายถึง ระบบการบริหารงานที่เน้นคุณภาพในทุก ๆ ด้านและในทุก ๆ กิจกรรมขององค์การโดยผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญและสนับสนุนกิจกรรมในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

2.พฤติกรรมการบริหารแบบมุ่งคุณภาพทั้งองค์การ หมายถึง พฤติกรรมการบริหารองค์การหรือหน่วยงานของผู้บริหารที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่ปฏิบัติในองค์การ หรือในสำนักงานทั้งหมดที่เน้นคุณภาพและการปรับปรุงคุณภาพของการทำงานอย่างต่อเนื่องในทุกส่วนของกิจกรรมและในทุกขั้นตอนของการทำงานเพื่อให้การทำงานบรรลุตามวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพ เป็นการทำงานที่แสดงให้เห็นถึงความมีคุณภาพของการทำงานทั่วทั้งระบบโดยยึดหลักการสำคัญ 6 ประการคือ

   2.1การเผยแพร่งานพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ หมายถึง ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพในโรงเรียนโดยในการดำเนินการกิจกรรมคุณภาพใด ๆ ได้จัดให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การดำเนินการ และผลสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผลงานที่เกิดจากการพัฒนาคุณภาพงานของโรงงาน ให้ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษาและผู้ปกครองทราบอย่างกว้างขวาง

   2.2 การสื่อสารเรื่องคุณภาพกับผู้ร่วมงาน หมายถึง การที่ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่มีความมุ่งมันที่จะขจัดปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการด้านคุณภาพและเป็นช่องทางที่จะให้บุคลากรมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นในการดำเนินการคุณภาพ จึงมีการให้และรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยการพูดคุยกับบุคลากรต่าง ๆ ในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพของงานในโรงเรียนทุกครั้งที่นิเทศงานในโรงเรียนตลอดจนในการประชุมปรึกษาหารืออยู่เสมอ

   2.3 การให้ความใกล้ชิดกับผู้ใช้บริการ หมายถึง ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่สร้างความสัมพันธ์อันดีกับบุคลากรทุกคน นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และสถานประกอบการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความมันใจว่านโยบายและการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของโรงเรียนยึดผู้ใช้บริการเป็นศูนย์กลางและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง

   2.4 การใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย หมายถึง ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่นำนวัตกรรมทางการศึกาใหม่ ๆ และทันสมัยให้บุคลากรของโรงเรียนนำมาใช้ในการดำเนินการทั้งในกิจกรรมการเรียนการสอนและการบริหารจัดการมีการเตรียมการป้องกันและแก้ไขข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้นวัตกรรมดังกล่าว ตลอดจนมีการพัฒนากระบวนการติดตาม ประเมินผลความสำเร็จของงานจาการใช้นวัตกรรมอยู่เสมอ

   2.5 การสร้างความผูกพันต่อโรงเรียน  หมายถึง  ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่มีการชี้แจงทำความเข้าใจถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพงานและกระบวนการทำงานให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรในส่วนต่าง ๆ ของโรงเรียนเพื่อความร่วมมือกันทำกิจกรรมคุณภาพต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจ ร่วมมือกันทำงาน มีความรู้สึกว่าทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันมีความผูกพันต่อโรงเรียนทั้งนี้เมื่อมีปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงาน ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่จะหลีกเลี่ยงการตำนิว่าเป็นความผิดของคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งแต่ถือว่าเป็นข้อบกพร่องของนโยบายการทำงานซึ่งทุกคนต้องช่วยกันปรับปรุงแก้ไข

   2.6 การสร้างทีมงานและพัฒนาบุคลากร  หมายถึง  ผู้จัดการและอาจารย์ใหญ่จัดให้มีกิจกรรมในการพัฒนาบุคลากรอยู่เสมอเพื่อให้บุคลากรของโรงเรียนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมีการร่วมมือกันทำงานเป็นทีม โดยในโครงสร้างการทำงานของโรงเรียนมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานตลอดจนมีรายละเอียดของหน่วยงานแต่ละหน้าที่ที่สอดคลองประสานงานสอดคล้องกันอย่างชัดเจน

3.วัฒนธรรมโรงเรียน  หมายถึง  ระเบียแบบแผนเกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติ ค่านิยม ความเชื่อที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของบุคลากรในโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ สามารถตรวจวัดได้โดยการแสดงความคิดเห็นของบุคลากรในโรงเรียนในด้านต่อไปนี้

   3.1 ความมุ่งประสงค์ขององค์การ  หมายถึง  การประชาสัมพันธ์ ชี้แจงถึงจุดมุ่งหมายขององค์การ โดยคำนึงถึงความสำคัญที่บุคคลในองค์การจะต้องเข้าใจจุดหมายในการปฏิบัติงานขององค์การเพื่อเป็นแนวทางและพื้นฐานในการปฏิบัติงาน

   3.2 การเสริมพลัง  หมายถึง  การที่ผู้บริหารจะต้องเห็นความสำคัญของการมอบอำนาจตัดสินใจแก่บุคคลในองค์การในบางสถานการณ์ พร้อมทั้งให้โอกาสบุคลากรในการรับรู้ข่าวสาร การได้รับปัจจัยต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานอย่างเท่าเทียมกัน

   3.3 การตัดสินใจ  หมายถึง  ผู้บริหารคำนึงถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับองค์การในการตัดสินใจแต่ละครั้ง พร้อมทั้งใช้ข้อมูลสารสนเทศที่เป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจให้มากที่สุด

   3.4 ความรู้สึกที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์การ  หมายถึง  ผู้บริหารดำเนินการเพื่อประโยชน์ขององค์การเป็นหลักและให้ความช้วยเหลือพัฒนาบุคลากร พร้อมทั้งกระตุ้นให้บุคลากรในองค์การเห็นความสำคัญของการเป็นเจ้าของหน่วยงานให้มากที่สุด

   3.5 ความไว้วางใจ  หมายถึง  ผู้บริหารได้ให้ความไว้วางใจในการตัดสินใจปฏิบัติงานต่าง ๆ ของบุคลากรในองค์การ

   3.6 ความมีคุณภาพ  หมายถึง  ผู้บริหารคำนึงถึงมาตรฐานสูงสุดของการสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรในองค์การเพื่อพัฒนาให้สมาชิกขององค์การมีคุณภาพมากขึ้น

   3.7 การยอมรับ  หมายถึง  ผู้บริหารองค์การยอมรับและเพิ่มคุณค่าของบุคลากรพร้อมทั้งส่งเสริมบุคลากรในการแสวงหาแนวคิดที่ดีและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงาน

   3.8 ความเอื้ออาทร  หมายถึง  ผู้บริหารเอาใจใส่ดูแลในเรื่องความเป็นอยู่และส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคคลในองค์การ

   3.9 ความซื่อสัตย์สุจริต  หมายถึง  องค์การควรเห็นคุณค่าของความเป็นเอกภาพและความซื่อสัตย์ของบุคคลในองค์การ พร้อมทั้งรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานในการปฏิบัติงานและคุณภาพของบุคลากร

   3.10 ความหลากหลายของบุคลากร  หมายถึง  องค์การเห็นความสำคัญของความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านทักษะและวิธีปฏิบัติงานของบุคคลในองค์การพร้อมทั้งมีการยืดหยุ่นและผสมผสาน ความแตกต่างในรูปแบบและวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลให้เข้ากับความมุ่งประสงค์และค่านิยมขององค์การ

4.โรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ  หมายถึง  โรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ตั้งอยู่ที่ 309 หมู่ 5 ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนกระทรวงศึกษาธิการ ทำการสอนด้านอาชีวศึกษาประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง

5.ประเภทงานที่ปฏิบัติ  หมายถึง  ลักษณะงานตามสายงานที่ปฏิบัติในโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ จัดแบ่งเป็น 2 ลักษณะได้แก่

   5.1 งานบริหาร  คือ  งานที่ปฏิบัติในสายบริหารโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ ประกอบด้วย ฝ่ายบริหารสำนักงานและฝ่ายบริหารธุรกิจ

   5.2 งานวิชาการ คือ งานที่ปฏิบัติในสายวิชาการโรงเรียนเทคโนโลยีทีพีไอ ประกอบด้วย ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายหลักสูตร และฝ่ายกิจการนักศึกษา