การศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ (งานวิจัย) โดย ดร.สมภารธัชธรณ์ ศิโลศรีไช

บทคัดย่อ

   โครงการวิจัย เรื่อง การศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ ศึกษาสมบัตรทางเคมีของใบสะระแหน่และเพื่อสร้างบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นเกี่ยวกับสะระแหน่สำหรับสร้างจิตรสำนึกนักเรีนยนักศึกษาในการอนุรักษ์สะระแหน่ บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของนักวิจัย ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาและชุมชน ดำเนินการวิจัยโดยใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม และการวิจัยเชิงทดลอง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับสะระแหน่

   ผลการวิจัยพบว่า สะระแหน่สามารถเจริญเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อรดด้วยน้ำคาวปลาสะระแหน่สามารถใช้เป็นยาสมุนไพร เช่น บรรเทาอาการหน้ามือตาลาย โดยวิธีการสูดดม และบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อรวมทั้งอาการกระหายน้ำโดยวิธีการรับประทาน นอกจากนี้ยังพบว่าในใบสะระแหน่ยังมีน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) ซึ่งสามารถสกัดได้โดยวิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ โดยใช้ใบสะระแหน่สดน้ำหนัก 150 กรัม ได้น้ำมันหอมระเหย 2 มิลลิลิตร เมื่อนำมาบำบัดด้วยกลิ่น Aromatherapy สามารถใช้บรรเทาอาการหวัดและอาการผิดปกติอันเกิดจากระบบทางเดินหายใจ การอมใบสะระแหน่ทำให้ชุ่มคอ นอกจากนี้สะระแหน่ยังสามารถใช้ดื่มเป็นน้ำชาได้ บทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นเกี่ยวกับสะระแหน่ได้ถูกสร้างขึ้น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 ใช้สำหรับสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษา ของโรงเรียนบ้านช่อระกา และระดับที่ 2 ใช้สำหรับสอนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ จากการใช้แบบสอบถามสำรวจความเห็นและสัมภาษณ์ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษาเกี่ยวกับบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นว่าด้วยสะระแหน่ผลจากการสำรวจพบว่าครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา มีความพึงพอใจในระดับมาก

ABSTRACT

   The objectives of this research project,The Study of Kitchen Mint_Herb Based on Local Wisdoms from Chor Ra Ka Village,Tambol Nafai,Aumphor Muang,Chaiyaphum Province,were studying local wisdom of Kitchen Mint,analyzing chemical properties of Kitchen Mint and constructing local scientific lessons of Kitchen Mint in order to realize students about conserving Kitchen Mint based on participation of researchers,teachers,students and community.Participation research and experiment research were used as the process of establishing new khowledge about Kitchen Mint.

  

ความสำคัญและที่มาของปัญหาที่ทำการวิจัย

   มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มีภาระหน้าที่ในการแสวงหาความรู้เพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสอดคลองกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิเป็นมหาวิทยาลัยอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มุ่งจัดการศึกษาระดับสูงอย่างมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองต่อวิสัยทัศน์ดังกล่าว โครงการวิจัยวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านพืชสมุนไพรสะระแหน่ระหว่างปราชญ์ ชาวบ้าน ครู นักเรียน นักศึกษา และอาจารย์ ในมหาวิทยาลัย โดยหยิบยกโจทย์วิจัยจากชุมชนมาทำการวิเคราะห์วิจัย เพื่อหาคำตอบให้กับท้องถิ่น และคำตอบดังกล่าวนั้น จะนำมากำหนดเป็นบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นตามความต้องการของชุมชน และเพื่ออนุรักษ์ภูมิปัญญาที่มีอยู่ในท้องถิ่น

   จังหวัดชัยภูมิได้มีภูมิปัญญาท้องถิ่นเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะหมู่บ้านระกาเป็นหมู่บ้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มีภูมิปัญญาโดดเด่นเกิดขึ้นหลายภูมิปัญญา อันได้แก่ การทอผ้า โดยเฉพาะผ้าฝ้ายสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำตำบล จัดทำโดยกลุ่มแม่บ้านช่อระกาหมู่ 9 เป็นสินค้า OTOP และนอกจากนั้นยังมีการทำผ้าบาติก ขนมคุกกี้ การทำวิกผม การทอเสื่อกก การทำหม่ำ การปลูกแตงร้าน และการปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อบริโภคในครัวเรือน ได้แก่ สะระแหน่ ขิง ข่า ตะไคร้ แตงกวา ฯลฯ

   หมู่บ้านช่อระกาเดิมเป็นหมู่บ้านเดี่ยว คือ หมู่ที่ 9 แต่ปัจจุบัน แยกการปกครองออกเป็น 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 9 หมู่ 17 และ หมู่ 18 ตามลำดับ แรกเริ่มเดิมที่บ้านช่อระกา มีชื่อเรียกว่าบ้านไฮฮาม มีประชากรประมาณ 100 ครอบเรือน ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บ้านช่อระกา ตามลำห้วยช่อระกา ที่ไหลผ่านหมู่บ้าน และได้มีการแยกหมู่บ้านออกเป็น 2 หมู่บ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2545 คือ หมู่ 9 เกิดขึ้นก่อน และขยายอาณาเขตเป็น หมู่ 17 และ หมู่ 18 ตามลำดับ

   โดยมีทำเลที่ตั้งของหมู่บ้านช่อระกา หมู่ 9 (เดิม) ทิศเหนือติดกับทางราดยางทางเข้าอ่างเก็บน้ำช่อระกา ทิศใต้ติดกับบ้านช่อระกาหมู่ที่ 17 ทิศตะวันออกติดกับถนนชัยภูมิ-น้ำตกตาดโตน ชุมชนบ้านพลัง และทิศตะวันตกติดกับบ้านช่อระกาหมู่ 18 โดยมีระยะห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 7 กิโลเมตร มีสถานที่สำคัญของหมู่บ้านช่อระกาหลายแห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลช่อระกา โรงเรียนบ้านช่อระกา วัดดาวเรือง ศาลปู่ดา ศาลปู่หลักคำ ฯลฯ

   ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม การทำนาข้าว โดยการทำเกษตรกรรมของชาวบ้านช่อระกา จะใช้น้ำจากลำห้วยช่อระกา และแหล่งน้ำที่สร้างขึ้นในหมู่บ้านเพื่อใช้เป็นแหล่งน้ำในการทำการเกษตร ส่วนอาชีพเสริมของชาวบ้านช่อระกา ได้แก่ การค้าขาย การทอเสื่อ การทำเครื่องจักรสาน การทอผ้าฝ้ายสีม่วง ฯลฯ และในส่วนของพืชผักสวนครัวในหมู่บ้าน พบว่า ชาวบ้านช่อระกา มีการปลูกผักสวนครัวหลายชนิด ได้แก่ หอม คะน้า พริก มะเขือ ตะไคร้ ข่า สะระแหน่ โดยปลูกเป็นกระถางเล็ก ๆ เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือนและบางครัวเรือนก็มีการปลูกเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกด้วย

   จากการสำรวจสถิติการปลูกสะระแหน่ในหมู่บ้านช่อระกา พบว่า หมู่บ้านช่อระกา หมู่ 9 มีการปลูกสะระแหน่มากกว่าหมู่บ้านช่อระกาหมู่อื่น ๆ ที่เป็นเช่นนี้จากการสอบถามผู้ใหญ่บ้าน ได้ความว่า หมู่บ้านช่อระกา หมู่ 9 เป็นหมู่บ้านดีเด่น ในด้านรั้วของหมู่บ้าน ความสะอาด ความสามัคคี และการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ โดยการปลูกผักสวนครัวชาวบ้านปลูกเพื่อรับประทานในครัวเรือนมากกว่าที่จะปลูกเพื่อจำหน่าย และหลังจากที่นักวิจัยเข้ามาฝังตัวในชุมชนทำให้รู้ถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านช่อระกาที่มีต่อสะระแหน่ว่า ชาวบ้านช่อระกาเกือบจะทุกครัวเรือนนิยมปลูกสะระแหน่ในกระบะเล็ก ๆ ร่วมกับผักสวนครัวชนิดอื่นเพื่อบริโภคในครัวเรือน ซึ่งการปลูกสะระแหน่ดังกล่าวบางบ้านก็ปลูกได้งาม แต่บางบ้านก็ปลูกได้ไม่งาม ที่เป็นเช่นนี้ ชาวบ้านสันนิษฐานว่าน่าจะมีปัจจัยอะไรบางอย่างที่ทำให้สะระแหน่นั้นงอกงาม ทำให้นักวิจัยพยายามที่จะค้นหาคำตอบดังกล่าวโดยการไปสอบถามกับคุณยายเทา พิเศษฤทธิ์ ซึ่งคุณยายมีอาชีพปลูกผักสวนครัว ร่วมกับการปลูกผักสะระแหน่ ทำให้นักวิจัยพบว่าสะระแหน่งอกงามได้นั้นเนื่องจากการรดน้ำคาวปลา และนอกจากนั้นนักวิจัยยังพบว่าชาวบ้านช่อระกาบางส่วนยังไม่ทราบสรรพคุณทางยาของสะระแหน่อย่างแน่ชัด เพราะถ้าหากชาวบ้านเจ็บป่วยด้วยอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดฟัน วิงเวียนศรีษะ หน้ามืดตาลาย ร้อนในกระหายน้ำ ชาวบ้านจะเข้าไปหาหมอแผนปัจจุบันในตัวเมืองชัยภูมิ ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากหมู่บ้านช่อระกาเป็นหมู่บ้านที่อยู่ไม่ห่างไกลจากตัวเมืองมากนัก การรักษาพยาบาลด้วยแผนปัจจุบันจึงเข้าถึงชุมชนหมู่บ้านช่อระกา จึงส่งผลให้ภูมิปัญญาในแง่ของสรรพคุณทางยาสมุนไพรสะระแหน่ส่วนหนึ่งถูกหลงลืมไป มีเพียงชาวบ้านบางส่วนเท่านั้นโดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยังมีการใช่สะระแหน่ในแง่ของสรรพคุณทางยาสมุนไพรอยู่ และจากการพูดคุยกับชาวบ้านช่อระกาพบว่า ชาวบ้านช่อระกาส่วนใหญ่มีความเห็นพ้องต้องกันว่า ต้องการให้มีการอนุรักษ์การปลูกสะระแหน่ในหมู่บ้านช่อระกา และต้องการให้มีการเผยแพร่ความรู้ในแง่ของสรรพคุณทางยาสมุนไพรให้ชาวบ้านทราบ ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับสะระแหน่ การสกัดสารเคมีที่มีอยู่ในสะระแหน่เพื่อนำมาใช้ประโยชน์เพื่อให้ชุมชนได้เห็นคุณค่าของสะระแหน่ในแง่ของสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากขึ้นกว่าเดิม เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่จะทราบเพียงว่าสะระแหน่ใช้รับประทานกับอาหารและดับกลิ่นคาวได้เท่านั้น

   ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ และปลูกจิตรสำนึกให้กับชุมชน เยาวชนในท้องถิ่น ให้มีความรู้ความเข้าใจในพืชสมุนไพรสะระแหน่มากขึ้น จึงนำภูมิปัญญาดังกล่าวมาบรรจุอยู่ในบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น ทั้งในระดับอุดมศึกษา และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ได้มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งใช้สอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิต เป็นวิชาหนึ่งที่จะนำชุดการเรียนรู้การศึกษาพืชสมุนไพรสะระแหน่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน เพื่อได้มาซึ่งการปลูก การดูแลรักษาสะระแหน่และการใช่ประโยชน์จากสะระแหน่ อันนำไปสู่การอนุรักษ์การปลูกสะระแหน่อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันการเรียนการสอนขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 จะมีการเรียนการสอนในเรื่องของท้องถิ่นเพิ่มเติมเข้าไปในหลักสูตรสถาศึกษาวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น ซึ่งสามารถบรรจุสิ่งสำคัญเหล่านี้เข้าไปในการเรียนการสอนในโรงเรียน เพื่อที่จะร่วมมือกันในการอนุรักษ์ทรัพยากรสะระแหน่ให้คงอยู่ คู่กับหมู่บ้านช่อระกาสืบไป

   มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อท้องถิ่น จึงได้ร่วมมือกับโรงเรียนและชุมชน จัดทำโครงการวิจัยนี้ขึ้น เพื่อให้สถาบันการศึกษาในท้องถิ่น และชุมชนได้ร่วมกันศึกษาทรัพยากรสะระแหน่ในท้องถิ่นในแง่ของพืชสมุนไพรสะระแหน่ ร่วมกันเรียนรู้ถึงวิธีการปลูก การดูแลรักษา การขยายพันธุ์ การสกัดนำมาใช้ประโยชน์ สามารถนำความรู้ประสบการณ์แห่งการเรียนรู้ มาพัฒนาชุดการเรียนรู้ เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านการศึกษาพืชสมุนไพรใบสะระแหน่ที่มีอยู่ในหมู่บ้านช่อระกายังถูกนำมาใช้ประโยชน์ในแง่ของพืชสมุนไพรอย่างยั่งยืน

โจทย์และคำถามวิจัย

   โจทย์วิจัย คือ จะสร้างบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง พืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่จากภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านช่อระกา ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้สอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับอุดมศึกษาได้อย่างไร

คำถามวิจัยคือ

1.บริบทชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ บ้านช่อระกา ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เป็นอย่างไร

2.มีสารเคมีธรรมชาติอะไรบ้างในใบสะระแหน่ ใช้ประโยชน์ออกฤทธิ์อะไรได้บ้างชุมชนจะทำการสังเคราะห์ได้หรือไม่อย่างไร สารเคมีดังกล่าวมีในพืชผักที่เทียบเคียงในท้องถิ่นหรือไม่อย่างไร

3.ทำอย่างโรงเรียนบ้านช่อระกา และมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จึงจะสร้างบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เรื่องการศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านช่อระกาได้

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.เพื่อศึกษาบริบทชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและคุณสมบัติทางเคมีของใบสะระแหน่ด้านพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ ของหมู่บ้านช่อระกา ตำบลนาฝาย อำเภอมือง จังหวัดชัยภูมิ

2.เพื่อสร้างบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น ทั้ง 2 ระดับได้แก่ ระดับอุดมศึกษาและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 และเพื่อให้ได้ผลรายงานการวิจัย

3.เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์เกิดการเปลี่ยนแปลง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชสมุนไพรใบสะระแหน่มากขึ้นกว่าเดิม โดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างของระดับการศึกษาของกลุ่มเป้าหมาย และทำการประเมินคุณภาพของบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจจากความคิดเห็นของผู้สอนและผู้เรียนแบบปลายปิดและปลายเปิดหลังการใช้บทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น และเพื่อให้ได้รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ บทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับอุดมศึกษา

4.เพื่อให้มีการเผยแพร่การใช้บทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นเรื่อง การศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ในการจัดประชุมเสนอผลงานวิจัยทั้งในระดับภูมิภาค หรือระดับประเทศทำให้การจัดการกระบวนการเรียนรู้ เรื่องการศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ ทั้งในระดับประถมศึกษาและอุดมศึกษาสามารถขยายผล และมีการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ขอบเขตของการวิจัย

บทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ เป็นบทเรียนที่จัดทำขึ้นในที่นี้ สำหรับใช้ในการจัดการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 และใช้สอนวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตในระดับอุดมศึกษา

ข้อตกลงเบื้องต้น

บทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ มีเนื้อหาอย่างน้อย 3 เนื้อหา โดยเนื้อหาในแต่ละระดับมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความแตกต่างของกลุ่มเป้าหมายและความต้องการของผู้เรียน ระดับช่วงที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 ได้แก่ การปลูก การปักชำ การดูแลรักษาสะระแหน่ การนำสะระแหน่มาใช้ประโยชน์ ในระดับอุดมศึกษาได้แก่ บทนำ ลักษณะของสะระแหน่ การปลูก การขยายพันธุ์ การดูแลรักษา การรดสะระแหน่ด้วยน้ำคาวปลา การนำสะระแหน่มาใช้ประโยชน์,น้ำมันหอมระเหยจากสะระแหน่ และการสกัดสะระแหน่ โดยวิธีการสกัดด้วยไอน้ำ

ผลที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ

1.ด้านความรู้

   ชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพรสะระแหน่ ได้แก่ การปลูกสะระแหน่ การดูแลรักษาสะระแหน่ด้วยน้ำคาวปลา การสกัดสะระแหน่เพื่อทำเป็นยาสมุนไพร

2.ด้านการพัฒนา

    ทำให้ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และชุมชนได้รับการพัฒนากระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์และกระบวนการศึกษาวิจัย ทำให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ความเข้าใจ เรื่อง การศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่มากขึ้น และสามารถอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับการปลูกสะระแหน่ได้อีกด้วย

3.ด้านผลผลิต

   3.1 ได้บทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง การศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่ ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 6 และระดับอุดมศึกษา

   3.2 ได้รายงานการวิจัย เรื่อง การศึกษาพืชสมุนไพรจากใบสะระแหน่