การประยุกต์ระบบฟัซซี่เพื่อกำหนดลำดับความสำคัญการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า (บทความวิจัย) โดย ดร.ยุทธพงศ์ ทัพผดุง และ อาจารย์กนก โพธิเวส

   บทคัดย่อ

   บทความนี้ได้นำเสนอการกำหนดลำดับความสำคัญในการบำรุงรักษาระบบจำหน่ายไฟฟ้าโดยระบบฟัซซี่ซึ่งปัจจุบันกล่องถ่ายภาพความร้อนได้มีการนำมาประยุกต์ใช้ในด้านการตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างกว้างขวางและก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบพบสิ่งผิดปกติก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการกำหนดหลักเกณฑ์และลำดับความสำคัญในการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าหลังการตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนนั้นจะอ้างอิงถึงอุณหภูมิของอุปกรณ์ในตำแห่งที่เกิดปัญหากับค่าอุณหภูมิของอุปกรณ์ประเภทเดียวกันที่ใช้งานปกติเป็นหลัก ซึ่งการใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่สามารถบ่งชี้ถึงระดับความสำคัญหรือความจำเป็นในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่พบปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ บทความนี้ได้นำเสนอวิธีการกำหนดลำดับความสำคัญในการบำรุงรักษาระบบจำหน่ายไฟฟ้าหลังจากตรวจพบสิ่งผิดปกติด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน โดยได้นำปัจจัยอื่นๆมาพิจารณาอาทิเช่น ปริมาณภาระทางไฟฟ้าที่ตรวจพบปัจจุบันและความสำคัญของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดปัญหามาประกอบการพิจารณาแทนที่จะนำค่าความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิที่ตำแหน่งผิดปกติกับอุณหภูมิอ้างอิงมาพิจารณาเพียงปัจจัยเดียวโดยปัจจัยดังกล่าวได้ถูกนำไปประมวลผลด้วยระบบฟัซซี่ ซึ่งกฏของฟัซซี่ได้สร้างถูกสร้างขึ้นจากผู้มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนโดยตรงและเอาท์พุทของระบบฟัซซี่นั้นจะเป็นการกำหนดลำดับความสำคัญในการบำรุงรักษาระบบจำหน่ายไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนจากการประมวลของระบบฟัซซี่ จากผลทดสอบได้แสดงให้เห็นว่าการประยุกต์ใช้ระบบฟัซซี่เพื่อกำหนดลำดับความสำคัญในการบำรุงรักษาระบบจำหน่ายไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนสามารถชี้ระดับความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์เมื่อเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์และลำดับความสำคัญในการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าหลังจากตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนแบบดั่งเดิม ซึ่งถ้าผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้ามีแบ่งลำดับความสำคัญในการบำรุงรักษาที่เหมาะสมจะทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการปฏิบัติการการบำรุงรักษาและลดระยะเวลากระแสไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างอัตโนมัติ

ความสำคัญ กล้องถ่ายภาพความร้อน,การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า,ระบบฟัซซี่ jaeger-lecoultre replica watches

Abstract

   This paper presents a criterion and priority of  electrical maintenance based on fuzzy system.Thermal imager is one of equipment in electrical engineering field that is used for electrical system inspection and maintenance.Normally.hotspots that are inspected by a thermographer are analyzed based on a conventional criterion.which only referred temperature rise.The temperature rise is a different of termperature between actual temperature of a hotspot and reference temperature.As the conventional criterion is not able to indicate and represent a degree of equipment damage completely.This paper introduces the alternative methodology of decision making for electrical maintenance planning.The paper not only considers the temperature rise but also included other factors such as a percent of load operating and a degree of critcal equipment.The three factors are applied to an input of the fuzzy system is the rule based of the fuzzy system is advised and created by an electrical engineer which they have and experience in electrical inspection by thermal imager.The output of the fuzzy system in the criterion and priority of electrical maintenance based on fuzzy system.As the result,the criterion and priority of electrical maintenance based on fuzzy system is able to indicate a degree of equipment damage better than the conventional criterion (the temperature rise based).The benefit of this paper describes the alternative methodology to define a suitable priority for electrical maintenance planning.If inspectors have a suitable criterion of electrical maintenance,the operation cost,maintenance cost and an outage time will be reduced automatically.

Keywords: Thermal imager,Electrical System Maintenance,Fuzzy System

1.บทนำและที่มาของปัญหา

   ปัจจุบันการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้านิยมใช้กลยุทธ์การบำรุงแบบตรวจตามสภาพ (Condition Based Maintenance) ซึ่งการบำรุงรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวสามารถดำเนินการโดยไม่จำเป็นต้องหยุดการจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อบำรุงรักษาและกล้องถ่ายภาพความร้อนเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้งานเพื่อตรวจระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เครื่องมือดังดล่าวทำให้สามารถตรวจสอบและพบสิ่งปกติในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากไม่จำเป็นต้องหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าในขณะทำการตรวจสอบและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้ารวมทั้งลดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าด้วย

   แนวทางการวิเคราะห์ผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่จะใช้แนวทาง 2 รูปแบบ โดยรูปแบบที่หนึ่งจะเป็นการพิจารณาค่าความต่างระหว่างอุณหภูมิที่ตำแหน่งผิดปกติกับอุณหภูมิอ้างอิง สำหรับรูปแบบที่สองจะพิจารณาอุณหภูมิการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น ๆ เป็นหลัก และทำการบันทึกแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุณหาภูมิอย่างต่อเนื่องเพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลหรืออุณหภูมิในอดีต สำหรับแนวทางและหลักเกณฑ์ในการวิเคราะห์รูปแบบที่หนึ่งนั้นมีหลายองค์กรในต่างประเทศได้เสนอแนะหลักเกณฑ์สำหรับใช้ในการวางแผนบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกันไปโดยได้แสดงใน ตารางที่ 1 (Snell,2000) สำหรับหลักเกณฑ์อื่น ๆ นั้น (A.Epperty et ai.1997) ได้นำเสนอหลักเกณฑ์โดยอ้างอิงมาตรฐาน Military Standard "MIL-STD2194(SH)" ซึ่งก็มีความแตกต่างในการกำหนดระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้สำหรับดำเนินการแก้ไขเช่นกันสำหรับองค์กรชั้นนำในประเทศไทยได้นำเสนอหลักเกณฑ์สำหรับใช้ในการวางแผนบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกันดังแสดงในตารางที่ 2 (Provincial Electricity Authority,2008 และ Lourchai Tongnin,2005) นอกเหนือจากการกำหนดด้วยวิธีการทั้งสองรูปแบบข้างต้นแล้ว Jhon Snell ยังได้นำเสนอวิธีการใหม่สำหรับการดำเนินการแก้ไขด้วยวิธีการ Weight Matrix Metrology โดยจะเป็นการกำหนดปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่ออุปกรณ์หรือตำแหน่งที่พบปัญหาและกำหนดน้ำหนักให้แต่ละปัจจัยมีค่าแตกต่างกัน (snell,2000)

ตารางที่ 1 ระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้สำหรับดำเนินการแก้ไขขององค์กรต่างประเทศ

1.Navy (US Navy)

2.NETA (International Electrical Association)

3.NMAC (Nuclear Maintenance Applications Center)

ตารางที่ 2 ระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้สำหรับดำเนินการแก้ไขขององค์กรณ์ในประเทศไทย

1.กฟภ. (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)

2.กฟน. (การไฟฟ้านครหลวง)

   จากการวิเคราะห์ผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนด้วยวิธีการพิจารณาค่าความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิที่ตำแหน่งผิดปกติกับอุณหภูมิอ้างอิงที่นิยมใช้ในปัจจุบันพบว่าผู้ตรวจสอบไม่ได้นำปัจจัยอื่น ๆ มาพิจารณาประกอบเพื่อใช้สะท้อนถึงความรุนแรงหรือวิกฤตของจุดที่พบปัญหาได้อย่างแท้จริงบทความนี้จึงได้นำเสนอโดยมีการนำปัจจัยอื่น ๆ อาทิเช่น ความสำคัญของอุปกรณ์ที่มีผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้ามาพิจารณาร่วมกับค่าความต่างระหว่างอุณหภูมิที่ตำแหน่งผิดปกติกับอุณหภูมิอ้างอิงเพื่อทำให้สามารถบ่งชี้ลำดับความสำคัญในการวางแผนบำรุงรักษาได้เหมาะสมมากที่สุดโดยระบบฟัซซี่ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้โดยการนำเอาปัจจัยทั้ง 3 มาเป็นอินพุทของระบบฟัซซี่ สำหรับซานความรู้ได้ถูกสร้างจากการให้ความเห็นและเสนอแนะของพนักงานที่มีประสบการณ์ที่ปฏิบัติงานจริงทำให้เกิดความเหมาะสมในการวิเคราะห์หาลำดับความสำคัญในการวางแผนบำรุงรักษาได้เหมาะสมมากที่สุด โดยลำดับความสำคัญดังกล่าวจะถูกกำหนดให้เป็นเอาท์พุทของระบบฟัซซี่ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับนั้นทำให้ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนสามารถกำหนดลำดับความสำคัญในการวางแผนบำรุงรักษาได้เหมาะสมมากขึ้นโดยพิจารณาจากปัจจัยอื่น ๆ อีกทั้งกฎความรู้ที่ถูกสร้างขึ้นในระบบฟัซซี่นั้นได้ถูกสร้างขึ้นจากผู้ปฏิบัติงานจริงและมีประสบการณ์ด้านตรวจสอบระบบไฟฟ้าโดยตรงทำให้ระบบฟัซซี่เป็นฐานความรู้และเครื่องมือช่วยกำหนดลำดับความสำคัญในการวางแผนบำรุงรักษาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จากผลการวิเคราะห์ที่ได้ทำให้สามารถบริหารจัดการใช้จ่ายเกี่ยวกับการบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่เกิดปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพเนื่องจากการบำรุงรักษาที่เกินความจำเป็น เนื่องจากการจัดลำดับความสำคัญไม่เหมาะสมอีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในกรณีที่เกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องเนื่องจากการชำรุดของอุปกรณ์ที่มีการกำหนดลำดับความสำคัญในการวางแผนบำรุงรักษาไม่เหมาะสมได้

2.ระบบฟัซซี่

2.1 หลักการฟัซซี่ลอจิก

   ในโลกความเป็นจริงนั้นจะมีความซับซ้อนและทำให้เกิดความไม่แน่นอนจากการคลุมเครือของปัญหาซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้จากสมการทางคณิตศาสตร์โดยตรงโดยปัญหาและความคลุมเคลือดังกล่าวไม่ว่าในด้านสังคม,วิศวกรรม,เศรษฐศาสตร์ สามารถถูกแก้ปัญหาได้จากประสบการณ์ของมนุษย์ระบบฟัซซี่ลอจิกเพื่อวิธีการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนและคลุมเครือซึงกระบวนการทางคณิตศาสตร์ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ระบบฟัซซี่อาศัยแนวคิดที่ว่าปัญหาบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องทราบค่าที่ถูกต้องหรือแม่นยำก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้โดยอาศัยประสบการณ์หรือฐานความรู้ของมนุษย์ซึ้งระบบฟัซซี่ลอจิกอาศัยทฤษฎีความน่าจะเป็นในการถ่ายโอนจากค่าอินพุทจริงไปสู่ค่าอินพุทของระบบฟัซซี่ลอจิกเพื่อเข้าสู่การประมวลผลโดยอ้างอิงเงื่อนไขของกฎฐานความรู้ของระบบฟัซซี่ลอจิกที่สร้างขึ้นจากผู้มีประสบการณ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาที่เราสนใจได้หลังจากการประมวลผลของฐานความรู้ระบบฟัซซี่ลอจิกจะทำให้ได้ค่าเอาท์พุทของระบบฟัซซี่และถูกแปลงกลับมาเป็นค่าเอาท์พุทจริงเพื่อแก้ปัญหาที่เราสนใจได้ซึ่งกระบวนการระบบฟัซซี่ในบทความนี้ ได้ถูกพัฒนาขึ้นด้วย Fuzzy Logic Toolbox ของโปรแกรม MATLAB

   สำหรับงานวิจัยนี้ได้มีการประยุกต์ใช้ Gaussian Function มาใช้เป็นตัวแปลภาษา (Linguistic Variable) อินพุทและเอาท์พุทของระบบฟัซซี่ลอจิกและโดยทั่วไปจะเป็นรูปแบบการกระจายปกติซึ่งได้แสดงในสมการที่ 1

 

2.2 ตัวแปรอินพุทของระบบฟัซซี่

   ตัวแปรอินพุทของระบบฟัซซี่ในงานวิจัยนี้ได้กำหนดอินพุทเป็นจำนวน 3 อินพุท โดยได้กำหนดอินพุทโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

   ค่าตัวแปรอินพุทชุดที่ 1 ได้ถูกกำหนดเป็น Fuzzy Set คือค่าความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิที่ตำแหน่งผิดปกติกับอุณหภูมิอ้างอิง (T rise) ซึ่งประกอบด้วยตัวแปรภาษา (Linguistic Variable)

   T rise = [Low,Medium,High]

โดยค่าจะกำหนดอินพุทจริง (Universe of Discourse) ให้มีค่าอยู่ระหว่าง [0,80] องศาเซลเซียลซึ่งค่าดังกล่าวได้ถูกกำหนดจากค่าอุณหภูมิใช้งานจริงของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป

   ค่าตัวแปรอินพุทชุดที่ 2 ได้ถูกกำหนดเป็น Fuzzy Set คือความสำคัญของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดปัญหาที่มีผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (P critical) ซึ่งประกอบด้วยตัวแปรภาษา (Linguistic Variable) ดังนี้

   P critical = [Normal,Observation,Serious]

โดยที่ค่าจะกำหนดอินพุทจริง (Universe of Discourse) ให้มีค่าอยู่ระหว่าง [0,100] เปอร์เซ็นต์ซึ่งค่าดังกล่าวได้ถูกกำหนดถึงระดับความสำคัญของวัสดุและอุปกรณ์ที่เกิดปัญหาซึ่งจะทราบความสำคัญได้จากผู้ที่ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

   ค่าตัวแปรอินพุทชุดที่ 3 ได้ถูกกำหนดเป็น Fuzzy Set คือเปอร์เซ็นต์ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อเทียบกับพิกัดโหลด (L actual) ซึ่งจะประกอบด้วยภาษา (Linguistic Variable) ดังนี้

   L actual = [Light,Normal,Full]

โดยที่ค่าจะกำหนดอินพุทจริง (Universe of Discourse) ให้มีค่าอยู่ระหว่าง [1,100] เปอเซ็นต์ซึ่งค่าดังกล่าวได้ถูกกำหนดจากสภาพการใช้งานเมื่อเทียบกับพิกัดของวัสดุหรืออุปกรณ์ที่เกิดปัญหาซึงสามารถทราบข้อมูลจากปริมาณใช้กำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์นั้น ๆ

2.3 ตัวแปรเอาท์พุทของระบบฟัซซี่

   ตัวแปรเอาท์พุทของระบบฟัซซี่นั้นได้ถูกกำหนดเป็น Fuzzy Set คือลำดับความสำคัญใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ (P priority) ซึ่งจะประกอบด้วยตัวแปรภาษา (Linguistic Variable) ดังนี้

   P priority = [Normal,Schedule,Repair at Next Oppertunity,Repair Immediately]

โดยที่ค่าจะกำหนดอินพุทจริง (Universe of Discourse) ให้มีค่าอยู่ระหว่าง [1,100] เปอเซ็นต์และได้กำหนดให้ลำดับความสำคัญใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ดังตารางที่ 3

ตารางที่ 3 ลำดับความสำคัญใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์

2.3 กฎฐานความรู้และแปลงค่ากลับจากระบบฟัซซี่

   กฎฐานความรู้ที่ใช้ในงานวิจัยนี้มีจำนวน 27 กฎ และวิธีการแปลงค่ากลับจากระบบฟัซซี่นั้นจะใช้วิธี Centroid Method ดังแสดงในสมการที่ 2 (J.Ross.1995)

3. ข้อมูลการตวจสอบพื้นฐาน

   การตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยวิธีการถ่ายภาพความร้อนที่มีประสิทธิภาพและมีความถูกต้องแม่นยำของค่าอุณหภูมิที่วัดได้นั้นจำเป็นต้องมีขั้นตอนการปรับตั้งค่าพารามิเตอร์เพื่อชดเชยความคาดเคลื่อนหลายประการเช่น การปรับตั้งค่าสัมประสิทธิ์การแผ่รังสีอินฟราเรด(Emissivity),ระยะห่างระหว่างวัตถุที่ทำการตรวจสอบกับตำแหน่งกล้องถ่ายภาพความร้อน (Distance),ค่าความชื้นสัมพัทธ์(Relative Humidity) และอื่น ๆ นอกจากนั้นยังต้องพิจารณาถึงตำแหน่งมุมและทิศทางระหว่างวัตถุที่ทำการตรวจสอบกับตำแหน่งกล้องถ่ายภาพความร้อนว่ามีการสะท้อนจากดวงอาทิตย์หรือแหล่งความร้อนข้างเคียงหรือไม่ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะมีผลทำให้อ่านค่าของกล้องถ่ายภาพความร้อนผิดพลาดและมีผลทำให้การวิเคราะห์ค่าอุณหภูมิผิดพลาดไปด้วยเช่นกัน

4.การทดลองและผลการทดลอง

   การทดลองในบทความนี้ได้แสดงผลการวิเคราะห์ลำดับความสัมคัญในการวางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์โดยการเปรียบเทียบระหว่างค่าความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิที่ตำแหน่งผิดปกติกับอุณหภูมิอ้างอิงเพียงอย่างเดียวซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบันกับวิธีใหม่ซึ่งมีนำปัจจัยอื่น ๆ มาประกอบพิจารณาซึ่งผลจากการเปรียบเทียบการวิเคราะห์ลำดับความสำคัญในการวางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์พบว่าวิธีนำปัจจัยต่าง ๆ มาพิจารณาสามารถบ่งชีลำดับความสำคัญในการวางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ได้เหมาะสมกว่าวิธีดั่งเดิมดังแสดงในตารางที่ 4 และ 5 โดยได้นำภาพถ่ายความร้อนมาใช้เป็นกรณีศึกษาจำนวน 7 ภาพ ดังแสดงในรูปที่ 1-7 ซึ่งภาพถ่ายแต่ละระบบจะมีความสำคัญและปริมาณใช้โหลดที่แตกต่างกัน

   จากการทดลองวิเคราะห์โดยวิธีการที่นิยมใช้ในปัจจุบันกับการวิเคราะห์ลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ด้วยระบบฟัซซี่นั้น พบว่าวิธีการวิเคราะห์ลำดับความสำคัญด้วยระบบฟัซซี่นั้นจะบงชี้ระดับความรุนแรงของปัญหามากกว่าวิธีการที่นิยมใช้ในปัจจุบันเนื่องจากระบบฟัซซี่ได้นำปัจจัยอื่น ๆ มาประกอบการวิเคราะห์ด้วย ดังตัวอย่างรูปที่ 2 ซึงเป็นหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังพิกัด 50 MVA 115 kV/24kV ซึ่งพบปัญหาที่บริเวณต่อทางไฟฟ้าของบุชชิง ซึ่งจากการวิเคราะห์นั้นจะเห็นได้ว่าหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังเป็นอุปกรณ์สำคัญราคาสูงอันดับต้น ๆ ในระบบไฟฟ้าซึ่งถ้าเกิดเหตุชำรุดเสียหายขึ้นอาจทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงได้กำหนดค่าความสำคัญไว้ที่ระดับสูง (90%) และได้กำหนดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าระดับปกติ (80%) ซึ่งจากผลการวิเคราะห์ของระบบฟัซซี่จะได้ลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ระดับ "แก้ไขด่วน" เมื่อเปรียบเทียบกับผลการวิเคราะห์ด้วยวิธีนิยมใช้ในปัจจุบันในตารางที่ 4 พบว่าลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ระดับ "การบำรุงรักษาตามวาระ" เท่านั้นเนื่องจากวิธีดังกล่าวจะพิจารณาเพียงค่าอุณหภูมิที่แตกต่างเพียงปัจจัยเดียว สำหรับภาพถ่ายอื่น ๆ ก็จะใช้แนวทางวิเคราะห์ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ได้จากตารางที่ 4 กับ 5

   ดังนั้นจากผลการทดลองได้แสดงให้เห็นว่าการวิเคราะห์ลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นโดยใช้วิธีการวิเคราะห์จากค่าความแตกต่างของอุณหภูมิเพียงปัจจัยเดียวนั้นอาจจะไม่ครอบคลุมปัญหาได้สมบูรณ์ การที่บทความนี้ได้นำปัจจัยอื่น ๆ มาวิเคราะห์หาลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า อีกทั้งยังได้ประยุกต์ระบบฟัซซี่มาเป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจโดยอ้างอิงจากฐานความรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริงก็จะทำให้สามารถวิเคราะห์และกำหนดลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

5.สรุปผลการทดลอง

   บทความนี้ได้แสดงให้เห็นว่าการนำปัจจัยอื่น ๆ อาทิเช่น ความสำคัญและเปอร์เซ็นต์การใช้พลังงานไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกตรวจสอบด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนนอกเหนือจากการพิจารณาค่าความแตกต่างอุณหภูมิเพียงอย่างเดียวนั้น ทำให้สามารถกำหนดลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นอีกทั้งการประยุกต์ใช้ระบบฟัซซี่เพื่อเป็นเครื่องมือตัดสินใจโดยมีการนำประสบการ์ของผู้ปฏิบัติงานจริงด้านการตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนมาออกแบบและสร้างฐานความรู้ของระบบฟัซซี่ทำให้ระบบฟัซซี่ที่ได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อหาลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้ามีความเหมาะสมและสะท้อนกับการปฏิบัติงานจริงได้อย่างดี จากผลการทดลองเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นว่าการวิเคราะห์หาลำดับความสำคัญเพื่อใช้วางแผนบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าด้วยระบบฟัซซี่นั้นจะบงชี้ระดับความรุนแรงของปัญหามากกว่าวิธีการที่นิยมใช้ในปัจจุบันอย่างชัดเจนสำหรับข้อจำกัดในการประยุกต์ใช้งานจริงนั้นผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์และสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับความสำคัญของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดปัญหาที่มีผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าและปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ดังนั้นวิธีการวิเคราะห์ที่ได้นำเสนอในบทความนี้อาจจะเหมาะสมกับการตรวจสอบและวิเคราะห์การชำรุดอย่างละเอียดมากกว่าการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในเชิงธุรกิจ ซึ่งต้องการความรวดเร็วและประหยัดเวลาที่ในการตรวจสอบ

6.เอกสารอ้างอิง

System Maintenance Division (2008). Guideline of Thermal Imager Inspaction for Distribution,Provincial Electricity Authority (In Thai).

Lourchai Tongnin (2005). Electrical Safety Inspaction, in Chapter 7; TPA (In Thai).

John Snell 2000. "A different way to determine repair priorities using a weighted matrix"  InfraMation 2000 proceedings.

Richard A. Epperly et al. 1997. "A TOOL FOR RELIABILITY AND SAFETY : PREDICT AND PREVENT EQUIPMENT FAILURES WITH THERMOGRAPHY." Petroleum and Chemical Industry Conference. 59-68.

Timothy J. Ross. (1995). FUZZY LOGIC WITH ENGINEERING APPLICATIONS, in Chapter 8 : McGraw-Hill.

ตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ด้วยวิธี Temperature Rise

ตารางที่ 5  ผลการวิเคราะห์ลำดับความสำคัญโดยนำปัจจัยอื่น ๆ มาวิเคราะห์